วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วอนรักพระเพลิงฯ (๒)




 


ในวงการมาเฟียแม้นายใหญ่จะมีอำนาจสูงสุดเปรียบเหมือนประมุขของกลุ่ม แต่กระนั้นแก๊งค์เรานั้นเป็นแก๊งค์ที่มีขนาดใหญ่ยากที่คนเพียงคนเดียวจะดูแลได้ทั่วถึง นายใหญ่จึงแบ่งเขตอำนาจการปกครองเป็นแปดเขตการปกครองใหญ่ๆ โดยแบ่งสมาชิกในแก๊งค์ออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ตามเขตการปกครอง ผู้นำของแต่ละกลุ่มย่อยขึ้นตรงต่อนายใหญ่เพียงผู้เดียวและได้รับมอบหมายให้ดูแลเขตภูมิภาคที่ต้องปกครองตามแต่ระดับความสำคัญและอยู่ใกล้เขตเมืองหลวงโตเกียว



กลุ่มย่อยที่หนึ่ง ‘หงส์แดง’ มีความสำคัญสูงสุดเพราะปกครองเขตคันโตซึ่งเป็นฐานที่ตั้งมั่นของตระกูลศิตะรัตนะตระกูลผู้นำแก๊งค์ หงส์แดงอยู่ภายใต้การนำของคุณอัคคีลูกชายคนโตของคุณศิขเรศ(นายใหญ่ : ประมุขของแก๊งค์) ซึ่งหัวหน้ากลุ่มย่อยที่หนึ่งอย่างคุณอัคคีนั้น เขาเป็นตัวเกร็งอันดับหนึ่งของผู้ที่มีคุณสมบัติได้รับสืบทอดตำแหน่งนายใหญ่คนต่อไป  เนื่องจากมีความสามารถโดดเด่นล้ำหน้าผู้นำกลุ่มย่อยอื่น เขาจึงรักษาการอยู่ใกล้ตัวนายใหญ่ผู้เป็นพ่อในเขตเมืองหลวงโตเกียว



กลุ่มย่อยที่สอง ‘พยัคฆ์เมฆา’ ปกครองเขตโทโฮะกุมีอาณาเขตติดกับคันโต อยู่ภายใต้การนำของคุณอัคนีลูกชายคนรองของนายใหญ่ เขาเองก็มีความสามารถทัดเทียมกับคุณอัคคีผู้เป็นพี่ เพียงแต่ว่าเขาไม่มีความต้องการจะแย่งชิงตำแหน่งนายใหญ่กับใครจึงขอถอนตัวออกจากการเป็นผู้มีสิทธิ์ไป และตอนนี้ได้หันมาทำแต่ธุรกิจที่ถูกกฎหมายในเครือศิตะรัตนะเท่านั้น แม้จะมีหน้าที่ปกครองอาณาเขตแต่ทว่าตัวเขาได้ย้ายไปปักหลักอยู่ที่ประเทศไทยที่หลายปีแล้ว ทิ้งฐานที่มั่นของตนไว้ให้คุณภัคจิราผู้เป็นน้องสาวรักษาการแทน ผมเคยเจอคุณอัคนีไม่กี่ครั้งตอนเด็ก จำไว้ว่าเป็นชายที่มีแววตาคมประดุจพยัคฆ์เวลาโกรธหรือโมโหจะเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน



กลุ่มย่อยที่สาม ‘มังกรฟ้า’ ปกครองเขตจูบุมีอาณาเขตติดกับคันโตเช่นกัน อยู่ภายใต้การนำของอากิระ ทะสึโอะ คนผู้นี้ผมไม่รู้จักและไม่เคยพบเจอ ว่ากันว่าเป็นผู้ชายที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวหาตัวจับได้ยาก ชอบกระทำการใดๆ โดยผ่านตัวแทนเสมอ เขาเป็นเหมือนเงาที่คอยเก็บกวาดปูทางสู่ความสำเร็จให้กับแก๊งค์ แต่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องธุรกิจการค้าของแก๊งค์เพราะเขามีเครือข่ายธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้ว คนที่เคยเห็นและพบเจอเขานั้นมีเพียงนายใหญ่และคุณอัคคี



กลุ่มย่อยที่สี่ ‘เท็นงู’ ปกครองเขตคันไซ อยู่ภายใต้การนำของมิโกะอากิ ดอกไม้งามผู้ชื่นชอบการฆ่าคนด้วยยาพิษ คนๆ นี้ไม่มีอะไรมากเธอค่อนข้างสันโดษพอตัว มีผู้อาวุโสหลายคนในแก๊งค์คอยหนุนหลังเธอให้ขึ้นเป็นนายใหญ่คนต่อไป แต่ผมไม่รู้ว่าตัวเธอสนใจเปล่า สวยเซ็กซี่ก็จริงแต่เป็นอีกคนที่ไม่น่ายุ่งด้วย ถ้าทำให้เธอแค้นรับรองเธอจะตามจองล้างจองผลาญจนหาที่ซุกหัวนอนไม่ได้เชียวล่ะ ผมเกือบเคยโดนหมายหัวเพราะเผลอไปพูดแทงใจดำเธอเข้า...



กลุ่มย่อยที่ห้าถึงเจ็ดนั้นผมไม่ขอพูดถึงเพราะความสำคัญลดหลั่นกันลงไป หัวหน้ากลุ่มแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างแต่ไม่อาจทัดเทียมสี่คนแรกได้



แต่กระนั้นกลุ่มย่อยที่แปดกลับเป็นปัญหาใหญ่ ‘อีกาดำ’ ปกครองเขตคิวชูและโอะกินะวะซึ่งอยู่ไกลสุดจากฐานที่มั่น ผู้นำกลุ่มคือ ‘ไซโต้ มูอิ’ ความสามารถไม่ค่อยเด่นชัดแต่ความเจ้าเล่ห์และความกระหายอำนาจมีเป็นกระบุงโกย เพราะมีนิสัยแบบนี้ไงเขาถึงก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนั้นได้ หากถามว่าในบรรดาผู้นำกลุ่มย่อยทั้งหลายใครน่าระแวงสุด ผมตอบได้เลยว่าหมอนี่แหละ เขาเคยลอบกัดคุณอัคคีเมื่อนานมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการหลบหนีและยังไม่มีใครขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มแทนคล้ายกับว่าพวกนั้นกำลังรีรออะไรบางอย่างอยู่



นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีกลุ่มย่อยอื่นๆ กระจักกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ถือได้ว่ากลุ่มมาเฟียภายใต้การนำของนายใหญ่นั้นเข้มแข็งและแข็งแกร่งที่สุดก็ว่าได้ 



และตอนนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงผลัดเปลี่ยนประมุขแล้วเพราะคุณศิขเรศนายใหญ่คนปัจจุบันเริ่มแก่ชราไปตามกาลเวลา ที่ผ่านมาคนของตระกูลศิตะรัตนะได้ขึ้นเป็นนายใหญ่ติดต่อกันมาหลายสมัย และครั้งนี้ผมก็หวังว่าตระกูลศิตะรัตนะจะได้ขึ้นครองตำแหน่งสูงสุดของแก๊งค์อีกหนึ่งสมัย



 “จับตาดูพวกมันไว้อย่าให้คลาดสายตา ผมสังหรณ์ใจว่าพวกมันอาจเป็นสายให้ตำรวจ ถ้ามีหลักฐานก็จับได้เลยผมให้พวกคุณตัดสินใจจากสถานการณ์ที่เจอ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้จับเป็นผมบอกเสียงเรียบในที่ประชุมลับของหน่อยย่อยที่หนึ่ง ในห้องนี้มีแต่คนระดับสูงในกลุ่มเท่านั้นจึงมีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม



วันนี้คุณอัคคีไม่เข้าร่วมประชุมผมและโยรุที่เป็นคนสนิทเปรียบเสมือนแขนขาของคุณอัคคีจึงต้องทำหน้าที่แทนไปโดยปริยาย เราได้ข่าวจากสายสืบมาว่าตำรวจส่งหนอนบ่อนไส้แฝงตัวเข้ามาสืบข้อมูลเรื่องกำลังคนและกลไกลการรักษาการฐานที่ตั้งมั่นเพื่อทำการกวาดล้างแก๊งค์เรา คุณอัคคียื่นเรื่องขอรับภารกิจนี้มาทำอย่างเสียไม่ได้เพราะกลุ่มย่อยอื่นๆ ไม่มีใครอยากทำภารกิจนี้ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากเหตุผลเดียวสั้นๆ แต่ตรงใจทุกคน ‘งานมันง่ายจนน่าเบื่อ’ 



....รวมถึงผมด้วย....



เฮ้อ...  งานมันง่ายเกินไปจริงๆ นะครับ สายที่ตำรวจส่งมามีแต่พวกไม่ได้เรื่องฝีมือกระจอก พวกนี้ไม่คิดกวาดล้างเราจริงๆ หรอกครับ ที่ทำแบบนี้ก็แค่ทำเอาหน้าให้คนอื่นเห็นว่าตนไม่ได้ละเลยหน้าที่ เอาเข้าจริงๆ พวกนั้นไม่กล้าแหย่พวกเราหรอก ใครจะกล้ายุ่งกับแก๊งค์มาเฟียที่มีเครือข่ายอยู่ทุกมุมโลกกันนอกเสียจากว่าตำรวจพวกนั้นเบื่อการมีชีวิตแล้ว



“แล้วถ้าไม่ไหวล่ะ” 



“ฆ่าได้ตามสบาย” ผมสบตาโยชิสึนะที่เป็นคนถาม สายตาที่เขามองผมมันไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรเขาเป็นคนเปิดเผยความรู้สึกเสมอคิดอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าหมด คนแบบนี้ไม่น่ากลัวเท่าคนที่เดาอารมณ์ยาก “เอาล่ะใครมีอะไรสงสัยเรื่องนี้อีกอีก”



เมื่อไม่มีใครพูดอะไรผมจึงจบการประชุมลงและเดินออกจากห้องลับพร้อมโยรุ



“หยิ่งชะมัดคิดว่าตัวเองแน่นักรึไงวะ”



“ใช่ ไม่หัดเจียมตัวซะบ้าง ถ้ายูกิไม่ตายมันไม่มีทางขึ้นมายืนทะนงตนข้างนายได้หรอก”



“ฝีมือดีจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ เห็นว่าตอนเด็กๆ โคตรจะไม่เอาอ่าวในทุกๆ เรื่อง”



“นั่นสิ ‘แกะดำ’ ของตระกูลนารุซาว่าชัดๆ!”



เสียงสบถไม่พอใจดังตามหลังมาติดๆ เมื่อก้าวเท้าพ้นห้อง โยรุสถบอุบกัดฟันกรอดหันหลังสาวเท้ากลับไปจะเอาเรื่องแต่ผมรั้งเขาไว้



“ไม่เอาน่าโยรุคุง”



“ทำไม นายไม่ได้ยินพวกมันพูดรึไง” โยรุชักสีหน้าแยกเขี้ยวถลึงตาดุที่ผมยังทำใจเย็นอยู่ได้



“พวกเขาก็แค่ยึดติดกับภาพลักษณ์ในอดีตของผมและไม่เคยเคยเห็นผมเอาจริงจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก พวกเขาคงไม่พอใจที่ผมขึ้นมายืนในจุดนี้ได้ทั้งๆ ที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มทีหลังพวกเขา” ผมตอบ



“นายนี่ตายด้านจริงๆ ว่ะ” โยรุส่งเสียงฮึดฮัด



ผมหัวเราเบาๆ เปล่าตายด้านนะครับ ก็รู้สึกไม่พอใจอยู่เหมือนกันที่ถูกนินทาลับหลังแบบนี้แต่ผมแค่ทำทีเป็นไม่สนใจแค่นั้นเอง สักวันพวกเขาจะรู้ว่าผมมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่ายูกิเลย เมื่อวันนั้นมาถึงสายตาที่มองดูแคลนผมจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน



“จะแคร์ทำไมอย่างน้อยก็มีโยรุคุงคนหนึ่งที่เห็นความพยายามของผมมาตลอด”



“ไอ้พวกนั้นมันตาบอดนายเก่งกว่าฉันอีก” โยรุตอบบ่าให้กำลังใจ



“ไม่หรอกครับ... โอ๊ะ!” ผมเซวูบไปเกือบล้มถ้าหากโยรุช่วยไว้ไม่ทัน



“เป็นอะไร!”



“ปะ เปล่าครับ” ผมสะบัดหน้าไล่อาการมึนงงค่อยๆ ทรงตัวขึ้นและยืนได้ด้วยตัวเอง ดูสีหน้าโยรุไม่ดีเลยเขาประคลองผมไปนั่งโซฟา



“ไม่เป็นได้ไงหน้าซีดขนาดนี้ ไม่สบายเหรอ อืม... ตัวร้อนนิดๆ นะ แล้วท่าเดินนั่นอะไรเจ็บเท้าเหรอ” โยรุถามรัวเอามือทาบหน้าผากวัดไข้แล้วก้มลงดูข้อเท้าที่พันผ้าสีขาวไว้



“ไม่ต้อง ไม่เป็นไรครับแค่พักผ่อนน้อยไปหน่อย” ผมชัดเท้าหนีก่อนที่เขาจะแตะมัน รู้ว่าเขาหมายถึงแผลที่ถูกแทงแต่ถ้าให้ดูก็ต้องเลิกขากางเกงขึ้น... ไม่อยากให้เขาเห็นรอยเชือกบาด ไม่อยากให้รับรู้ว่าถูกทำอะไรมา 



คิดว่าตัวเองทำตัวเหมือนปกติที่สุดแล้วเชียวสุดท้ายถูกโยรุสังเกตเห็นจนได้ 



“แน่ใจ?”



“ครับ” ผมยิ้มให้โยรุคลายกังวล ท่าทางเขาทำให้ผมยิ้มออกเหมือนพี่ชายที่กำลังห่วงน้องชายเลนครับ หึหึ ถึงไม่มีใครรักอย่างน้อยแค่โยรุยังเห็นผมอยู่ในสายตาบ้างก็ดีแล้ว ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ...



“งั้นก็กลับไปนอนไป ที่เหลือฉันจัดการต่อเอง”



คือผมคิดว่าจะไปเดินตรวจตราแถมย่านชินจูกุ ได้ข่าวมาว่ามียากูซ่ามาระรานแถมนั้นและคิดจะตั้งตัวเป็นใหญ่ที่ ผมว่าจะไปดูซะหน่อย



“เอ่อ คือ...” ผมลังเลไม่แน่ใจ



“ไม่เชื่อมือฉันรึไง” โยรุเลิกคิ้วถามเสียงกวน



ผมส่ายหน้าไม่ใช่ไม่ไว้ใจแต่เกรงใจต่างหาก และก่อนที่ผมจะตัดสินใจว่าจะเอายังไงดีเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะ



Rrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrr



ผมควานหามือถือขึ้นพร้อมกับโยรุที่ชะโงกหน้ามาดู เราต่างยิ้มแหยะให้กันไปมา



“เอางี้ ฉันไปเองได้ส่วนนายก็... รับสายซะ โอเค ตามนี้นะ บาย แล้วเจอกัน” ว่าแล้วโยรุก็ยีหัวผมจนฟูแล้วเดินผิวปากจากไปไม่ฟังคำทัดทานของผมเลย “อ้อ! อย่าลมหายาทานด้วยล่ะ”



“ครับ” ผมขานรับยิ้มให้โยรุและถอนหายใจเฮือกเมื่อก้มมองหน้าจอกดรับสายอย่างจนใจ “ครับ คุณอัคคี”



[อยู่ไหน]



“สถานที่ประชุมลับครับ เสียงคุณแปลกไปนะ... ไม่สบายหรือเปล่าครับ” ผมถามเพราะเสียงเขาแหบแห้งยังไงชอบกล



[ประชุมเสร็จแล้วมาหาฉันที่คอนโด หิวข้าว]




ตี๊ดด....



ผมแค่นยิ้มมองหน้าจอที่ดับลงและสัญญาณที่ถูกตัดไปโดยที่ผมไม่แม้แต่จะได้ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น เขาก็เป็นแบบนี้เสมอ เห็นแก่ตัวจะทำอะไรกับผมก็ได้เหมือนผมเป็นหุ่นยนต์ไม่มีชีวิต ไม่มีจิตใจ เจ็บป่วยไม่เป็น 



คุณอัคคี... คุณไม่คิดจะถามผมหน่อยเหรอว่าหลังจากที่คุณทำไปขนาดนั้นร่างกายผมตอนนี้เป็นยังไงบ้าง...



ถึงจะน้อยใจเท่าไหร่ผมก็ทำได้เพียงเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ภายในใจ รีบออกไปหาเขาตามคำสั่ง น้ำเสียงสั่นๆ แหบๆ นั่นทำให้ผมกังวลกลัวเขาจะไม่สบายและต้องการคนดูแล



และคนที่เขาเลือกโทรหาอาจเป็นผมก็ได้!


************************ 




มาถึงคอนโดเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็โดนคุณอัคคีรุกดูดปากกอย่างหนักหน่วง เขาสอดลิ้นเข้ามาดูดกลืนลิ้มผมอย่างเร่าร้อนดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา ร่างสูงดันผมล้มลงครูดกับบานประตูห้องปลุกปล้ำอย่างตะกุกตุกราม เมื่อเขาถอนปากออกผมก็หมดแรงอ้าปากโกยออกซิเจนเข้าปวดแทบไม่ทัน 



เขาเป็นอะไร ทำไมวันนี้แววตาถึงแปลกไปเต็มไปด้วยความใคร่และต้องการปลดปล่อย เหมือนคนไม่มีสติเลย



“คุณอัคคี อื้ออ... ไหนบอกว่าหิวข้าว” ผมพยายามดันหน้าเขาออกจากซอกคอ รู้สึกเจ็บจี๊ดเมื่อเขาซุกไซ้สลับดูดเม้มจนขึ้นรอย ผมจับมือหนาไม่ให้สอดเข้าไปในกางเกง “เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?”



“ฮื่ม!” เขาครางหึ่มชักสีหน้าขัดใจกระชากมือผมและรวบไว้เหนือศีรษะ



“ยัยจิ้งจอกนั้นมอมยาฉันแล้วบอกว่าจะอยู่ให้เอาจนกว่าจะหายอยากแต่ดันสลบเหมือดไปซะก่อน บ้าเอ้ย!”



“อะ อะไรนะ...” ผมถามเสียงเบาหวิวจับต้นชนปลายไม่ถูก ผมน่าจะเอะใจแต่แรกว่าคนอย่างคุณอัคคีไม่มีวันเจ็บป่วยไปได้ง่ายๆ และถึงเขาไม่สบายจริงคนที่เขาเลือกมาให้ดูแลไม่มีทางเป็นผมแน่นอน!!



“เอากับคนไม่ได้สติมันจะไปสนุกตรงไหน” คุณอัคคีงึมงำกับหน้าท้องผมแล้วกระชากกางเกงออกอย่างแรง ผมไม่ยอมกระชากมือออกจากพันธนาการแต่เขาแรงเยอะมาก ผมไม่สามารถจะขัดขืนได้เลย



ให้ตาย!! หน้าผมชาไปทั้งแถบเหมือนถูกเขาต่อยหน้าด้วยคำพูด เขาไม่ได้ไม่สบายแต่ถูกมอมยาและต้องการหาที่ปลดปล่อย เหลือบมองประตูห้องนอนที่แง้มออกเห็นร่างอรชรของสาวสวยคนหนึ่งนอนนิ่งหมดสภาพอยู่ข้างใน...



 นี่ไงความเป็นจริง นี่ไงเหตุผลที่เขาเรียกผมมาหา พอคนอื่นให้ความสุขกับเขาต่อไม่ได้ ตัวเลือกต่อไปที่เลือกมาระบายความใคร่ด้วยก็คือผม!!

 

งี่เง่านะว่าไหม?



คิดเองเออเองว่าเขาเรียกมาให้ดูแลยามเจ็บไข้ คิดไปคนเดียวว่าเขาอาจเห็นความสำคัญของผมแล้วบ้าง ความพยายามที่ผ่านมาเริ่มประสบความสำเร็จ...



นายมันโง่สุดสึกิ!



จำใส่หัวไว้ซะ!! เขาเรียกนายมาเอา!! นายมันก็แค่ที่ระบายความใคร่!!



แกวกกกก



กางเกงขาดติดมือหนาไป ร่างสูงแหวกเรียวขาออกแล้วแทรกกายเข้ามาจ่อแก่นกายกับช่องทางรักแต่ผมสะบัดมือออกสุดแรงเกิดและมันได้ผลเขาปล่อย ผมอาศัยจึงหวะนั้นผลักเขาออกแล้วถอยห่างทันที



“หยุดนะคุณอัคคี!! เรียกผมมาเพราะต้องการปลดปล่อย! คุณเห็นผมเป็นตัวอะไรกันแน่!!” ผมผุดลุกขึ้นยืนค้ำหัวเขาตวาดลั่น ผมโกรธ โมโหจนตัวสั่น กำหมัดแน่นพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ชกหน้าเขาเรียกสติ แล้วคิดว่าคนอย่างคุณอัคคีจะยอมให้ผมยืนค้ำตัวเหรอ เหอะ! ไม่มีทาง!! เขาลุกขึ้นยืนประจันหน้าเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวผมเพราะตอนนี้เราอยู่หน้าประตูผมจะมีทางหนีได้ยังไง มือหนากระชากเส้นผมจนหน้าหงาย 



“อึก!” ผมกลั้นเสียงร้องของความเจ็บปวด ดวงตาคมที่เคยหลงใหลยามนี้วาวโรจน์อย่างน่ากลัว เพียงแค่สบตาก็เหมือนถูกหยุดลมหายใจร่างกายแข็งทื่อ ร่างกายสั่นระริกจนต้องยกมือกอดตัวเองไว้ เขาน่ากลัว น่ากลัวเกินไป!!



“จะโวยวายอะไรนักหนา นายเองไม่ใช่เหรอที่ตะเกียดตะกายพยายามเพื่อให้ได้มายืนข้างฉัน” เขากระซิบเสียงเย็นริมหู ผมหนาวไปทั้งกายและใจ



“ผมยืนข้างคุณในฐานะบอดี้การ์ด!” ผมตอกกลับอย่างเดือดดาลแต่ไม่กล้าสบดวงตาที่ราวกับจะฆ่าให้ตายของเขาได้



“จะไม่มีใครมาแทนที่ยูกิได้ทั้งนั้น!!” คุณอัคคีตวาดกลับพร้อมฝ่ามือที่ฟาดลงบนหน้า แต่ผมไม่เจ็บแม้จะได้กลิ่นเลือดใจปาก ทางกายต่อให้ทำร้ายแค่ไหนผมก็ทนได้แต่ทางใจ... ผมเจ็บทุกทั้งที่เขาพูดจาไม่รักษาน้ำใจกัน



เมื่อไหร่คุณจะลืมยูกิได้!! เขาตายไปแล้วได้ยินไหม!! ตายไปตั้งสิบกว่าปีแล้ว!! ผมอยากจะกรีดร้องอยากจะตะโกนให้ดังก้องให้สมกับความอัดอั้น!! ให้ทุกคำพูดมันซึมลึกเข้าไปในหัวเขา!! ให้เขาหันมามองผมที่พร้อมถวายหัวมอบชีวิตให้เขาบ้าง!!



หันมามองกันหน่อยสิ!!



ยูกิตายแล้ว!!



เขาไม่มีวันกลับมายืนข้างกายคุณได้อีกแล้ว!!



ยอมรับความจริงซะที!!



แต่ผมรู้ พูดไปก็เท่านั้นเพราะเขาไม่เคยฟังอะไรผมอยู่แล้ว ผมถูกลากถูลู่ถูขังเข้าอีกห้องที่ว่างอยู่ เมื่อมาถึงร่างสูงก็เหวี่ยงผมลงเตียงแล้วตามขึ้นคร่อม ปลอกคอหนังอันเดิมถูกนำมาใช้พันธนาการผมกับเตียงอีกครั้งโดยที่ผมยังไม่ทันได้ขัดขืน



 “อยู่นิ่งๆ ให้ฉันเอาก็พออย่าปากมาก รักฉันไม่ใช่เหรอ งั้นยอมฉันซะสิ” เขาแสยะยิ้มเลวกระชากกระดุมเสื้อผมหลุดติดมือไปไล้นิ้วบนเรือนร่างผมด้วยสีหน้าพอใจแล้วก้มลงซุกไซ้หน้าอกขาวอย่างตะกุมตะกาม



ผมนอนนิ่งมึนงงไปชั่วขณะ กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเหมือนมีอะไรมาจุกคอ อึ้งจนพูดไม่ออก เขาฉลาดพูด เอาความรักของผมมาเป็นข้อต่อรองให้ผมยินยอมทำตามที่เขาต้องการทุกอย่าง แล้วผมก็โง่หน้ามืดตามัวจนโงหัวไม่ขึ้น ยอมให้เขาทำร้ายอีกจนได้...



สวบ!



“อึก!” ผมกัดฟันกรอดเมื่อเขาพลิกตัวผมในท่าโก่งโค้งแล้วเสือกไสแท่งร้อนเข้าไปข้างในโดยไม่มีการเบิกทางก่อน เจ็บแปลบจนร่างสะท้านสุดตัวแข้งขาหมดแรงทรุดลงกับเตียงอันเย็นเฉียบปล่อยให้เขาย่ำยีได้ตามใจ ช่องทางด้านหลังปวดแสบร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟเผายามเขากระแทกกระทั้นอย่างแรง มันบวมแดงและมีเลือดคลั่งภายในแต่มีเหรอที่เขาจะสนใจว่าผมจะเจ็บจะปวดเท่าไหร่ สีหน้าเหยเกของผมแบบนี้แหละที่ทำให้เขาพอใจยิ่งกว่าอะไรและยิ่งโหมแรงกระหน่ำซอยไม่ยั้ง



“ร้องสิ! ร้องไห้ออกมา!! เจ็บไม่ใช่เหรอ!!! แต่รู้ไว้ซะนายยังเจ็บน้อยกว่าฉันที่เห็นคนที่รักตายไปต่อหน้าต่อตาด้วยซ้ำ!!” มือหนาจิกศีรษะผมเงยขึ้นแล้วง้างปากออก ผมรู้ถ้าเพียงแค่ยอมทำตามคำสั่งแรงเสียดสีในช่องทางด้านหลังจะลดลงเมื่อเขาพอใจ 



ไม่ทำหรอก ไม่มีทาง!! ขอแค่ศักดิ์ศรีเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ขอให้ผมได้เข้มแข็งเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีนี้ไว้ เพื่อให้ผมได้รู้สึกว่าตัวเองมีค่าบ้างสักนิด จะไม่ร้องเด็ดขาด เคยสัญญากับตัวเองไว้แล้ว!!



“มันน่าขัดใจนะสึกิ นายยอมฉันทุกอย่างไม่ว่าจะสั่งให้ทำอะไร แต่นี่เป็นเรื่องเดียวที่นายไม่เคยทำให้ฉันได้เลย น่าภูมิใจชะมัด!!” เหมือนเขาภูมิใจแต่ความจริงเขาประชดผมต่างหาก “งั้นก็เตรียมตัวรับบทลงโทษได้เลย! ดูซิว่าแบบนี้ยังจะเงียบได้อยู่อีกมั้ย”



ผมมองดิลโก้ในมือเขาด้วยสายตาหวาดหวั่น แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อเขาเอาดิลโก้เสียบเข้าไปในช่องทางรักทั้งๆ ที่ยังไม่ถอนแก่นกายออก ผมกำมือแน่นพยายามผ่อนคลาย รู้ว่าถ้ายิ่งเกรงมันจะยิ่งเจ็บแต่ไม่ไหวมันแน่นและตึงไปหมด ทั้งของจริงของปลอมขนาดมันไม่ได้น้อยเลย ผมจุกผมเจ็บเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่กัดฟันแน่นไม่มีทางร้องไห้ให้เขาเห็น



สวบ! สวบ!!



คุณอัคคีขยับกายเข้าออกพร้อมใช้ดิลโก้บดคว้านหาจุดกระสันไปด้วย นั่นทำให้ผมเริ่มตื่นตัวและมีอารมณ์ร่วม เขาหัวเราะอย่างพึงใจกระหน่ำซอยจนกระตุกปล่อยน้ำเข้าไปแล้วดึงแก่นกายออกพรวดเมื่อผมรับเขาไว้แล้วทุกหยาดหยด ทั้งที่ปลดปล่อยไปแล้วแต่แก่นกายเขายังแข็งอยู่ มือหนาเปิดสวิตซ์ดิลโก้ที่ยังคาข้างในให้สั่นไหว ผมบิดกระเส่าครางในลำคอด้วยความเสียวเพราะมันสะกิดถูกจุดเหรอเกิน ช่องทางร้อนแม้จะฉีกขาดและถูกของใหญ่สองอันทะลวงแต่ยังขมิบตอดรัดดิบโก้อย่างรู้งาน



“อ้าปาก” คุณอัคคีขึ้นคร่อมสั่งเสียงเย็นเอาแก่นกายมาถูไถใบหน้าผมและจ่อปาก ผมเบือนหน้าหนีเขาจิ๊ปากขัดใจใช้นิ้วไล้แนวฟันแล้วดันสอดเข้าไปเล่นลิ้มผมและคาไว้อย่างนั้นก่อเสือกแก่นกายเข้าออก ผมพยายามใช้ลิ้นผลักไสแท่งร้อนออกแต่ทว่ากลับกลายเป็นเหมือนผมกำลังดูดดุนสร้างความพอใจให้เขา สองมือถูกตึงไว้เหนือหัวเพื่อไม่ให้ขัดขืนได้ดั่งใจ คุณอัคคีผละออกเมื่อพันธนาการตึงร่างผมกับเตียงเสร็จ แล้วหันกลับไปสนใจปลดปล่อยความต้องการต่อ มือหนาทั้งสองค้ำยันเตียงทรงตัวแล้วกระหน่ำซอยในปากผมไม่ยั้ง แก่นกายอันใหญ่จุกเต็มคอหอย ผมอยากโก่งคออาเจียนแต่มันกลับทำให้คุณอัคคีเสือกไสเข้าไปได้ลึกกว่าเดิม ผมหายใจติดขัดหน้าแดงก่ำทั้งน้ำลายทั้งน้ำเมือกเหนียวเหนอะหนะเปรอะเต็มหน้า 



ผมดิ้นรนทุรนทุรายใต้ร่างแกร่งที่โหมกายเชิดหน้าซัดแก่นกายเข้าออกปากผมอย่างสุขสมอย่างเจ็บปวดใจ และแล้วความทรมานที่ต้องอยู่ในสภาพนี้มาถึงจุดจบเมื่อเขาจิกทึ้งหัวผมแล้วมั่นแล้วกระตุกน้ำรักพุ่งลงคอ แช่คาไว้บังคับให้ผมกลืนกินน้ำคาว



“อึกๆ แค่กๆ” ผมสำลักไอหน้าดำหน้าแดงเมื่อเขาดังแก่นกายออก กลิ่นคาวยังคลั่งค้างอยู่ลำคอจนต้องโก่งคออาเจียนออกมา 



ผมนอนหอบหายใจหมดสภาพคิดว่าความทรมานในวันนี้คงสิ้นสุดสักทีเมื่อเขาผละเดินออกจากห้องไป แต่ผิดคาดเพราะเขาเดินเข้ามาอีกครั้งและไม่พูดพร่ำทำเพลงดึงดิลโก้ออกแล้วแทนที่ด้วยแก่นกายที่สวมปลอกซิลิโคนเพิ่มขนาดมีหนามเสร็จสรรพ 



ผมสะท้ายเฮือกเมื่อมันชำแหละเข้ามาในตัว หนามตะปุ่มตะป่ำแต่ยืดหยุ่นนั่นเสียดสีกับข้างในสร้างความเสียวให้จนลืมความเจ็บปวดไปเผลอแอ่นสะโพกตามเมื่อเขาแกล้งชักแก่นกายเข้าสุดออกสุดอย่างช้าๆ



“อะ อ๊ะๆ สะ...” เสียว...



ผมกลืนคำนั้นไปแทบไม่ทัน สายตาของเขาเป็นสิ่งเตือนสติผมไม่ให้เผลอเคลิ้มไปกับกระกระทำนั้น แค่อ้าขากว้างให้เขาสอดใส่ถนัดก็ทำตัวไม่ต่างอะไรจากโสเภณีแล้ว 



“หึ เกือบไปแล้วสิ ถ้านายพูดออกมาฉันคงสะใจน่าดู ร่าน!” คุณอัคคีเหยียดยิ้มรู้ทันกวาดตามองอาการบิดดเร่าของผมอย่างดูแคลน ผมหน้าร้อนวาบหลับตาลงไม่อยากถูกมองแบบนั้น เขาครางหึ่มในลำคอคว้าขาผมไปพาดไหลข้างหนึ่งอีกแล้วยันกายกระหน่ำแทงไม่ยั้ง ผมครางอือกระชากผ้าปูระบายอารมณ์เป็นพักๆ



เฮือก!



ผมอ้าปากค้างเมื่ออยู่ๆ เขาถอนกายพรวดออกดึงปลอกซิลิโคนออกแล้วเสือกกายเข้ามาเติมเต็มผม ซอยแรงเร็วพึมพำแต่คำว่าแน่นๆ จริงๆ คับมากๆ แล้วปลดปล่อย น้ำกามพุ่งกระฉูดเต็มช่องทางยิ่งทำให้ผมสะดุ้งด้วยความแสบ ช่องทางร้อนกระตุกหงึกตอดรัดพร้อมน้ำรักของผมพุ่งเปรอะเปื้อนหน้าท้อง สักพักบทรักครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้นเมื่อแท่งร้อนขยายใหญ่อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง...



“อ่า ยูกิ ยูกิ...”



ผมชะงักอารมณ์รันจวนพลันวูบลง สบตาเขาด้วยความหวาดหวั่นแต่เหมือนคุณอัคคีจะไม่ได้มองผมเลย สายตาของเขาดูเลื่อนลอยแปลกๆ เหมือนถูกยาปลุกเซ็กส์คลอบงำสติโดยสมบูรณ์ 



“อะ อ๊ะ คะ คุณว่าอะไรนะ” ผมครางเสียงแผ่ว ร่างกระเด็นกระดอนตามแรงอัดกระแทกเข้าออก



“ยูกิ ยูกิ”



“หยุดนะ!!” ผมกำหมัดแน่นกระชากออกจนผ้าที่มัดไว้ลวกๆ คลายปมออก ทุบออกแกร่งหวังให้เขาหยุดเอาผมไปเป็นตัวแทนยูกิหรืออย่างน้อยแค่เขาได้สติขึ้นมาสักนิดก็ยังดี ผมไม่อยากรู้สึกสมเพชตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้ว แม้แต่เรื่องบนเตียง... ทั้งที่กำลังเอาผมอยู่แต่เขาเห็นผมเป็นยูกิ!! “ผมไม่ใช่ยูกิ!! ได้ยินไหม!!!”



“เออรู้!!” คุณอัคคีตวาดกลับแววตากลับมามีแววดังเดิม เขาดูจะอารมณ์เสียมากรวบมือผมขึ้นเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวแล้วลงโทษผมด้วยการเพิ่มแรงโหมกายกระหน่ำเข้าลึกออกเกือบสุดแล้วเสือกเข้ามาอีก แรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ “นายไม่มีค่าพอที่จะให้ฉันเอาไปเป็นตัวแทนของยูกิ จำไว้!!”



“อึก อ๊ะ อ๊ะ อ๋าาา” ผมหอบครางกระเส่า เจ็บแต่พอใจมากกว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เอาผมไปเป็นตัวแทนของยูกิ อย่างน้อยเขาก็ยังเห็นผมที่เป็นผม แค่นี้... สำหรับตอนนี้แค่นี้ก็พอแล้ว



ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักจบจักสิ้นที่เขามีอะไรกับผม เขาเสร็จอีกแล้ว กี่ครั้งกันนะ ผมจำไม่ได้ รู้แต่ว่าเขาจะไม่หยุดจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์ ตาผมเริ่มพร่าเลือนความรู้สึกเจ็บปวดทางกายไม่หลงเหลือ ช่องทางรักร้อนผ่าวและชินชาเกินจะแสดงสีหน้าเจ็บปวดเหยเกได้ เสียงครางแหบเครือเกินจะร่ำร้องอ้อมวอนของให้เขาหยุด ผมปลดปล่อยจนไม่มีอะไรจะปลดปล่อยแล้วได้แต่ทิ้งร่างอ่อนปวกเปียกให้เขากระทำจนพอใจ



และแล้วความอดทนของผมก็สัมฤทธิ์ผลเมื่อการปลดปล่อยครั้งสุดท้ายสิ้นสุด เขาถอนตัวออกไปรูดรั้งแก่นกายน้ำรักครั้งสุดท้ายพุ่งเต็มหน้าผม และเขาบังคับให้ผมดูดเลียทำความสะอาดให้ ผมนอนหมดสภาพด้วยร่างที่เปลือยเปล่าทุกตารางนิ้วมีน้ำกามเลอะเต็มไปหมด ดวงตาพร่าเลือนพลันนึกไปถึงหนัง AV ที่เคยดู ตอนนั้นจำได้ว่ารังเกียจการกระทำของผู้หญิงในคลิปแค่ไหน ถึงขนาดเขวี้ยงทิ้งด้วยสีหน้าขยะแขยง แต่พอมาดูวันนั้นสิ...



สิ่งที่ผมทำต่างจากเธอคนนั้นตรงไหน!?!



“เก็บกวาดห้องเสร็จก็ออกไปไล่ยัยจิ้งจอกนั้นกลับไปแล้วทำกับข้าวให้ด้วย” สั่งสั้นๆ เสียงเรียบไม่แม้แต่จะปรายตามองผมให้เสียเวลา



ใช้เสร็จก็ทิ้งขว้าง...



แล้วผมจะทำอะไรได้นอกจาก “ทราบครับ...”



“คราวหลังอย่าสะเออะคิดเข้าข้างตัวเองล่ะ นายก็แค่มายืน ‘ทับที่’ ของยูกิ... ไม่ใช่ ‘ตัวแทน’ และไม่มีในเป็น ‘ตัวจริง’ ”



เขาออกไปแล้ว...



ไปพร้อมทิ้งคำพูดเชือดเฉือนกันเอาไว้!!
  



*************************************

...100%...
[ครบ]


จบตอนแล้วค่ะ

กว่าจะปั่นให้ครบได้แค่ละตอนยากแท้ หุหุ

รักสึกิเชียร์พี่เพลิงต้องรอหน่อยนะคะ (เม้นคนละน้อยละนิด จิตแจ่มใส)