
วอนรักพระเพลิงฯ (๑)
[สึกิ]
ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวง
ห้องรับรองชั้นสามสิบถูกใช้เป็นจุดนัดพบ บริเวณทั้งชั้นเต็มไปด้วยคนของทั้งสองฝ่ายที่คอยเฝ้าระวังผู้บุกรุก
ผมแค่นยิ้ม... ก็แค่พันธมิตรชั่วคราวจนกว่าจะเจรจาเสร็จ
หรือถ้าให้มองอีกมุมผู้คนที่ยืนถืออาวุธหนักพวกนี้ต่างเฝ้าระแวงฝ่ายตรงข้ามมากกว่าที่จะระแวงคนนอกเสียอีก
นี่แหละโลกของมาเฟียที่หาความจริงใจไม่ได้
หากลดการ์ดลงเมื่อไหร่เตรียมตัวลงนรกได้เลย ธุรกิจมืดมันไม่เข้าใครออกใคร
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน”
ใบหน้าของอิบุโตะคู่ค้าของวันนี้ประดับด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง
“ครับ
ยินดีเช่นกัน” ผมแอบฉงนนิดหน่อยที่เห็นเขาเป็นฝ่ายมารอ อิบุโตะในวงการมาเฟียขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อจอมมาสาย
หากนัดเที่ยงเขาจะมาเที่ยงครึ่ง ผมจึงแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นเขามารออยู่ก่อน
ผมได้รับมอบหมายจากคุณอัคคีให้มาเจรจาธุรกิจกับคนตรงหน้า
ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรให้มากความทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งสองฝ่ายนั่งลงเรียบร้อยผมจึงพยักหน้าบอดี้การ์ดด้านหลังนำกระเป๋ามาวางไว้บนโต๊ะเมื่อปลดล็อคออกข้างในปรากฏยาเสพสิตจำนวนมากทั้งชนิดเม็ดและชนิดผง
ทางด้านอิบุโตะก็เช่นกันเขาเปิดประเป๋า
ผมเห็นธนบัตรใบละ 10,000 เยนมัดเป็นปึกเต็มกระเป๋า เราสองฝ่ายต่างลองตรวจสอบว่าของเป็นของจริงหรือเปล่าโดยมีบอดี้การ์ดของพวกเรายืนคุมเชิงกันอยู่ด้าน
ผมหยิบธนบัตรปึกหนึ่งออกมาส่งให้คนของผมตรวจ ส่วนผมสุ่มหยิบมาอีกสามใบจากต่างปึกลองลูบหมึกพิมพ์ตัวอักษรที่อยู่บนผิวธนบัตรแล้วยิ้มมุมปากเมื่อสัมผัสถึงความนูน
ยกขึ้นส่องแสงไฟบนเพดาน... อืม ไม่เนียนเท่าที่ควร
ผมทำซ้ำกับอีกสองใบที่เหลือแล้วเหยียดยิ้ม
หึ!
มิน่าถึงรีบมาก่อนเวลานัดที่แท้ก็ร้อนจนนั่งไม่ติดที่นี่เอง
“ของจริงครับ” คนของผมบอกหลังตรวจสอบเสร็จเหลือบมองเห็นทำสัญลักษณ์มือบางอย่างที่รู้กันดีในหมู่
ผมพยักหน้าแล้วเอนตัวพิงพนักเอามือถือขึ้นมา ‘กดเล่น’ รออิบุโตะตรวจของอย่างใจเย็น
ทำตัวตามสบายเหมือนไม่เห็นอาการลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกของเขา ฝ่ายนั้นให้คนลองทดสองโดยการกินและฉีดอย่างละคนรอสักพักหนูทดลองทั้งสองมีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อยาออกฤทธิ์
อิบุโตะพยักหน้าอย่างพอใจหยิบแอลเอสดี(LSD : Lysengic Acid Dicthy Lamide)มาหนึ่งแผ่นและทดลองด้วยตนเอง
อาการของคนเมายาเริ่มออกฤทธิ์กระตุ้นอารมณ์นิดหน่อยพอให้รู้สึกคึกคัก
“ถ้าอย่างนั้นเห็นทีผมต้องขอตัวก่อน”
ผมลุกขึ้นโค้งให้คนตรงหน้าอย่างสุภาพเมื่อเห็นท่าทางนั้น
บอกตามตรงว่ารังเกียจสายตาโลมเลียของเขาสุดๆ อยากออกไปให้พ้นซะเดี๋ยวนี้เพราะสำหรับผมแล้วการเจรจาถือเป็นโมฆะเมื่ออีกฝ่ายเล่นตุกติก
“เดี๋ยวสิ
ฉันไม่ได้ใช้มากไม่เมาหรือหลอนจนคลั่งหรอกน่า อยู่เล่นด้วยกันก่อนสิ” เขาเข้าใจไปอีกทางและไม่ปล่อยผมไปง่ายๆ
มือไม้อยู่ไม่สุขลูบไล้เรียวขาและขยำสะโพกผมอย่างแรง
“เจ้านายกำลังรอผมอยู่ข้างล่าง”
ผมปฏิเสธปัดมือเขาออกอย่างสุภาพ แอลเอสดีมีฤทธิ์รุนแรงต่อสมองสูง มันทำให้ผู้ใช้รู้สึกมีความสุข
อารมณ์ดี แล้วก็คึกคักไปในตัว
ลักษณะของอิบุโตะตอนนี้คงบอกได้คำเดียวว่า
‘คึกคัก’ ของเขาคือคึกคักในเรื่องเซ็กซ์
อาการหลอนอ่อนๆ คงทำให้เขาประมวลภาพผมเป็นผู้ชายน่าฟัดล่ะมั้ง
คิดว่านะ
“จะรีบไปไหนเล่าเรายังตกลงกันไม่เสร็จเลย”
ดื้อด้าน...
ผมยิ้มเหี้ยม คงไม่ต้องตกลงกันแล้วมั้งในเมื่อคุณมาแบบไม่โปร่งใส
คิดจะเอาของปลอมมาแลกของจริง ชาติหน้าเถอะค่อยมาหลอกคนอย่าง นารุซาว่า สึกิ!
“ไม่เสร็จ?”
“ใช่!”
อิบุโตะทะลึ่งพรวดสะบัดหัวไล่อาการหลอนมองหน้าผมอย่างไม่พอใจ
คงจะเริ่มระแคะระคายอะไรบางอย่างแล้วแน่ๆ “เรายังไม่ได้แลกของ!!”
“จะแลกทำไมล่ะครับในเมื่อลายน้ำบนธนบัตรมันไม่ชัดเจนเท่าไหร่”
สิ้นคำร่างบอดี้การ์ดของอิบุโตะทั้งที่คุมอยู่ด้านนอกและด้านในต่างล้มลงกระตุกเลือดทะลักลมหายใจดับกันถ้วนหน้า
“คราวหน้าลองไปปลอมใหม่..ในนรกนะครับ”
ผมยิ้มเล็งปืนส่องกะโหลกอิบุโตะในระยะประชิดแล้วเหนี่ยวไกลปืนอย่างไม่ลังเลโดยที่เขาไม่ทันได้ไหวตัว
ปัง!!!
อา
แย่จริงมันไม่เก็บเสียง
“อัก! กะ แก!!”
อิบุโตะทรุดลงแทบเท้าเลือดอาบศีรษะ ก่อนสิ้นใจเขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายชัดมีดสั้นออกมาหมายจ้วงแทงขาแต่ผมหลบได้หวุดหวิดมีดเลยพลาดเป้าปักลงหลังเท้าผมแทน
แล้วร่างนั้นก็แน่นิ่งไปทั้งๆ ที่ดวงตายังเบิกโพลงอย่างเคียดแค้น
“คุณสึกิ!!”
บอดี้การ์ดตกใจถลามาดูแผลให้แต่ผมชักขากลับ ดึงมีดออกแล้วโยนทิ้งหน้าตาย
แค่นี้มันไม่สะเทือนผมหรอก รับกรรมมาแค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำเมื่อแลกกับชีวิตคนหนึ่งคน
“โอ๊ะโอ๋ ได้ยินเสียงปืนดังลั่น
นึกว่าจะมีใครเป็นอะไรซะอีก” ผมมองไปทางต้นเสียง
ผู้ชายร่างสูงกำยำใบหน้าคมคายเจ้าของเสียงทะเล้นคนนี้เป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนร่วมงานของผม
ชื่อของเขาคือ อากิฮิโกะ โยรุ เขายืนท้าวแขนกับกรอบประตูด้วยใบหน้าระบายยิ้มชูข้อความบนเครื่องมือสื่อสารให้ผมเห็นจะๆ
‘SOS’[1]
“โทษทีมือมันลื่นเลยเผลอพิมพ์ผิด”
ผมหัวเราะเบาๆ แก้ตัวอย่างขอไปที เห็นแบบนี้แต่ผมก็มีอารมณ์ขันเหมือนกันนะ แทนที่จะส่งไปแบบ
‘ฆ่า’ ตามแผนเมื่อคู่ค้าตุกติก แต่ผมอารมณ์ดีเลยส่ง SOS ไปแทน หึหึ ยังไงผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกัน ทุกคนที่อยู่ในที่นี้นอกจากคนของพวกผมแล้วที่เหลือเก็บให้หมด
และคนที่รับจัดการสอยพวกด้านนอกก็คือโยรุเอง
ไม่ได้อยากจะฆ่าแต่ฝ่ายนั้นเล่นไม่ซื่อก่อน
เพื่อไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่างจึงจำต้องเด็ดขาด
“ตั้งใจแกล้งสิไม่ว่าฉันตกใจนะจะบอกให้
แล้วไอ้เสียงปืนดังสนั่นนั่นอะไรกันวันนี้พวกเราพกแต่แบบเก็บเสียง”
“ผมหยิบมาผิดกระบอก”
ผมตอบไป โยรุยักไหล่เดินเข้ามาพร้อมกับหน่วยเก็บกวาด
เขาสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วโยนผ้าเช็ดหน้าให้
“สีแดงกับกลิ่นคาวเลือดไม่เหมาะกับนายเลยให้ตาย”
“ไม่เป็นไร”
ผมชินแล้ว
“เช็ดซะ ของที่ให้ไปแล้วฉันไม่รับคืน”
เขาบอกปัด ผมจำต้องเอามาเช็ดหน้าตัวเองสงสัยเลือดจะกระเด็นมาโดนตอนยิงอิบุโตะทิ้ง
“เจ้านายรออยู่ข้างล่างแน่ะ ทำแผลที่เท้าเสร็จแล้วรีบลงไปล่ะ”
“ครับ” ผมรับกล่องปฐมพยาบาลมาแล้วจัดการล้างแผลราดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนปิดด้วยผ้าก็อซลวกๆ
ทุกอย่างเสร็จสิ้นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที โยรุมองผมด้วยสีหน้าแหยงๆ
แล้วเดินนำออกห้องไป ปล่อยให้ที่เหลือเป็นหน้าที่ของหน่อยเก็บกวาด
พวกเขาจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เงียบเอง
เมื่อมาถึงชั้นล่างสุดผมเห็นร่างสูงสง่าของคุณอัคคีว่าที่นายใหญ่คนต่อไปของตระกูลศิติรัตนะ
มาเฟียที่กุมอำนาจล้นฟ้าและเป็นที่สุดแห่งยุค
มีตระกูลมาเฟียย่อยมากมายทั่วทุกมุมโลกอยู่ภายใต้อาณัติ เขานั่งจิบกาแฟรออย่างสงบเมื่อผมและโยรุไปถึงเขาจึงลุกขึ้นโดยไม่พูดไม่จาแต่ทั้งผมและโยรุรู้ดีว่าเขาต้องการให้ทำอะไร
เราสองคนเดินตามหลังคุณอัคคีไป
“ทำไมเจ้านายถึงจงเกลียดจงชังนายนัก”
ระหว่างทางโยรุกระซิบถามผม
“ไม่รู้สิ”
“แล้วถ้าเกลียดขนาดนั้นยังจะเก็บไว้ใกล้ตัวทำไม”
“...” ผมไม่ตอบแต่ผลักโยรุแยกไปอีกทาง
เจ้าตัวยักไหล่ยอมเลิกราแต่โดยดี เขานำกำลังคนจำนวนหนึ่งไปจัดการกลุ่มอีกาดำของอิบุโตะที่เหลือรอดให้สิ้นซากเพื่อป้องกันการแก้แค้นที่อาจนำความยุ่งยากและสูญเสียมาสู่ศิตะรัตนะในภายหลัง
ของไม่ถูกแย่งไปแถมได้เงินมาอีกก้อนใหญ่ก็จริง
แต่เป้าหมายหลักของภารกิจครั้งนี้คือการเจรจาการค้าอย่างราบรื่น และแน่นอนว่าผมทำพลาด
แม้ความผิดจะไม่ได้มาจากผมแต่ในโลกมาเฟียแห่งนี้ไม่มีคำว่ายุติธรรมอยู่แล้ว
คนมีอำนาจเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินว่าอะไรถูกอะไรผิด ประสบการณ์มันสอนผมแบบนั้น
เมื่อผู้มีอำนาจเหนือกว่าตัดสินไปแล้วว่าผมทำงานพลาด พลาดก็ยังคือพลาดอยู่วันยังค่ำไม่ว่าเหตุผลจะมาจากอะไรก็ตาม
ผมมองตามแผ่นหลังแลดูมั่งคงดั่งหินผาแต่ทว่าเย็นชาราวก้อนศิลาด้วยความรู้สึกหลากหลาย
คำถามของโยรุผมไม่ตอบแต่ในใจรู้ดีว่าเพราะเหตุใด
...เพราะผมเป็นคนทำลายหัวใจของคุณอัคคี...
...และไม่มีอะไรมากไปกว่า
เขาอยากให้ผมตกนรกทั้งเป็นเหมือนอย่างที่เขาเคยเป็นเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน...
กงล้อแห่งโชคชะตานี้ยังคงหมุนต่อไปและผมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเป็นธรรม
เพราะความผิดทั้งหมดมันมาจากผมทั้งนั้น ถ้าตอนนั้นผม...
“ชักช้า รีบขึ้นรถซะ”
“ขอประทานโทษครับ”
ผมก้มหัวขอโทษรีบก้าวขึ้นรถไปนั่งคู่คนขับ
ในใจรู้ดีว่าปลายทางข้างหน้าจะเจออะไรเมื่อทำงานพลาด
บทลงโทษที่แสนเจ็บปวดทรมานแต่เสี้ยวหนึ่งของจิตใจกลับรู้สึกดีกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า!!
“อึก! อ๊ะ...”
บ้าจริง!
ผมเกลียดที่เขาทำเหมือนผมเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ ในคอนโดแห่งนี้คุณอัคคีซื้อไว้ใช้เป็นที่สำหรับทำเรื่องอย่างว่ากับบรรดาคู่ขาทั้งหลาย
คุณอัคคีไม่เคยพาใครเข้าบ้านถ้าคนๆ นั้น ไม่ใช่ตัวจริง
และผมปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุที่ผมมาอยู่ในห้องนี้ ในคอนโนแห่งนี้
มานอนทับที่คู่ขาคนแล้วคนเล่าของเขาอยู่อย่างนี้ เป็นเพราะในสายตาเขาแล้วผมเองก็ไม่ต่างอะไรจากคนอื่นๆ
ที่ผ่านเข้ามา
ผมเจ็บใจที่ต้องมาเป็นหนึ่งในคนที่ต้องรองรับอารมณ์เขา!!
“หึ!”
เสียงหัวเราะในลำคอเหยียดๆ และสีหน้าดูแคลนเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยยื้อสติของผมเอาไว้ไม่ให้เตลิดไปกับสิ่งที่เขากำลังกระทำ
แม้จะมีสติครบถ้วนทุกอย่างแต่ร่างกายมันกลับทรยศตอดรัดนิ้วแกร่งที่กำลังขยับเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ผมอยากปลดปล่อยแทบบ้า
แต่ไม่สามารถเอื้อมมือไปปลดพันธนาการที่ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองได้
เชือกเส้นหนาตรึงร่างกายผมไว้กับเตียงนอนขนาดกว้าง มันทำให้ผมไม่สามารถแกะเชือกเส้นเล็กที่กำลังมัดแก่นกายผมออกเพื่อให้สายธารที่รวมตัวกระจุกอยู่ปากทางได้ไหลพุ่งออกมา
ทรมาน!
ผมกัดฟันกรอดไม่ยอมส่งเสียงร้องให้เขาได้ใจ
ร่างกายพยายามบิดเร่าเพื่อคลายอารมณ์รันจวน เขายิ้มเยาะหันไปหยิบอะไรบางอย่างมา
“คะ
คุณจะทำอะไร!?!” ผมถามเสียงสั่นขืนกายหนี แต่อย่าลืมสิ!
ผมจะหนีได้ยังไงในเมื่อถูกขึงอยู่กับเตียงแบบนี้!!
“อะไร?”
คุณอัคคีเลียแท่งที่ทำจากสิซิลิโคนในมือยั่วผม ปลุกอารมณ์ดิบในตัวผมให้ลุกโชน
“ก็เห็นๆ อยู่ว่าอะไร ทำเป็นไม่เคยโดนไปได้”
“ไม่เอา”
ผมส่ายหน้า ผมไม่ชอบให้เขาใช้ดิลโด้กับผม แต่มีหรือที่คุณอัคคีจะยอมฟัง
แท่งเทียมทะลวงเข้ามาในร่างสร้างความเจ็บปวดเจียนขาดใจจนเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“อะ โอ้ย!”
“โทษทีไม่คิดว่าจะเจ็บเป็นกับเขาด้วย
ปกติเห็นแต่ทำหน้าไร้อารมณ์” ปากบอกขอโทษแต่มือไม่หยุดดันแท่งบ้าๆ
นั่นเข้าร่างผมจนสุดแล้วหมุนคว้าน
ผมเจ็บจนจุกเมื่อช่องทางด้านหลังถูกเติมเต็ม
พยายามขดกายหนีแทบตาย เจ็บจนไม่รู้สึกถึงความเสียวซ่านที่เพิ่งได้รับก่อนหน้านี้
แก่นกายพลันอ่อนยวบลง มือและข้อเท้าถูกเชือกบาดเป็นรอยโดยเฉพาะข้อเท้าซ้ายที่ถูกอิบุโตะแทงก่อนหน้านี้
มันถูกบาดจนเลือดซึมออกมาหยดลงพื้นเตียงเป็นวงกว้าง
แต่น่าแปลกผมไม่เจ็บเลยสักนิดอาจเพราะเจ็บจนชาไปแล้วหรือไม่ก็เพราะความเจ็บจากการถูกทะลวงด้วยดิลโก้กลบความเจ็บที่ข้อเท้าไปจนมิด!
คุณอัคคีไม่สนแม้ผมจะหมดความรู้สึกไปแล้ว
เขาเอาห่วงรัดโคนสีดำมาใส่แก่นกายผมแล้วถอดเสื้อผ้าออกเผยให้เห็นร่างกายกำยำสมส่วน
แก่นกายของเขาตื่นตัวแล้วเต็มที่ ผมรู้ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อ
เขาขยับดิลโก้เข้าออกและหมุนวนอีกครั้งเพื่อเบิกทางให้แก่งกายใหญ่เข้ามา
ผมครางในลำคอแก่นกายที่อ่อนตัวลงเพราะความเจ็บปวดเมื่อคู่กลับแข็งขืนขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์เพียงเพราะเห็นร่างกายของเขากับการกระตุ้นอารมณ์เล็กๆ
น้อยๆ นั่น
“หึหึ
อยากมากเหรอไง” เขาถามแล้วดึงดิลโก้ออก สะโพกผมแอ่นตามโดยอัตโนมัติเสี้ยวของความรู้สึกบอกผมว่าเสียดาย
แต่แล้วความคิดทั้งหมดเป็นต้องหยุดชะงักเมื่อเขาเสือกไสแก่นกายร้อนผ่าวเข้ามาจนสุด
ผมเผยออ้าปากค้าง ของจริงช่างต่างจากดิลโก้มากนักในความรู้สึกผม มันจุก เจ็บกว่า
และร้อน... คับแน่นตึงไปทั้งช่องทางคับแคบ
เหมือนได้ยินเสียงปริขาดของเนื้อเยื่อหูรูดแม้ก่อนหน้านี้จะถูกเบิกทางไว้แล้ว
“อ๊าาาาา” ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่างจนสั่นระริก
ดวงตาผมเบิกกว้างรับรู้ได้ถึงหยดน้ำใสที่คลอปริ่มอยู่หางตา คุณอัคคีไม่รอให้ผมได้ปรับสภาพด้วยซ้ำ
สะโพกสอบกระหน่ำกระแทกลงมาจนร่างสั่นคลอน
เสียงครางหึ่มในลำคอบ่งบอกให้รู้ว่าเขาพอใจกับรสสวาทครั้งนี้เป็นอย่างมากผิดกับผมที่เจ็บเจียนตายแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอบพอใจเล็กน้อย
และร่างกายมักแสดงอออกอย่างเที่ยงตรงเสมอ
คุณอัคคีเอื้อมมือข้างหนึ่งมารูดรั้งแก่นกายชูชันของผมเข้าจังหวะกับกระแทกกระทั้นอันหนักหน่วง
น้ำเมือกขาวขุ่นไหลซึมออกจากส่วนปลายย้อยลงไปหล่อลื่นช่องทางร้อนให้คุณอัคคีสามารถขยับกายแทรกซึมได้คล่องขึ้น
“อึก
ยังแน่นไม่เปลี่ยนเลยนะสึกิ” คุณอัคคีก้มลงกระซิบ
มือหนาผละจากแก่นกายมาบดขยี้ยอดออกผมอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุกพล่าน เขากระแทกกระทั้นเข้าออกรุนแรงจนปลดปล่อยข้างในและทะลักล้นออกมา
“อึก แฮ่กๆ”
ผมกลั้นเสียงสุดชีวิต น้ำตาเหมือนจะไหลให้ได้แต่ผมกลั้นไว้
จะไม่ยอมร้องไห้ทำตัวอ่อนแอเหมือนตอนนั้นเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนอีกแล้ว ไม่มีวัน!!
“ร้องออกมาสิสึกิ
เสียวหรือเปล่า นายชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ หึหึ”
คุณอัคคีกระแทกกายเข้ามาใหม่แก่นกายเขาพองโตขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ผมส่ายหน้าจนผมกระจายกัดปากตัวเองแน่น
ร่างกายกระเด็นกระดอนตามแรงสอดใส่ คุณอัคคีชักสีหน้าไม่พอใจเขาบีบกรามผมจนเผยออ้าปากด้วยความเจ็บ
สอดนิ้วเข้ามาง้างปากผมออก น้ำลายไหลซึมตามรอยแยกมุมปากเขาใช้นิ้วหยอกเอินลิ้มผมและหัวเราะอย่างพอใจในสภาพของผมในตอนนี้
“อ๊ะ อ้า อ๊ะ
อ๊ะ”
“แบบนี้สิได้อารมณ์ขึ้นเป็นกอง”
เขากระชับเอวผมเข้าหาตัวและกระหน่ำซอยสะโพกรุนแรงกว่าเดิมเป็นสิบเท่า
“เสียงนายร่านเป็นบ้า”
“ปะ ปล่อยผม”
ผมสะบัดหน้าหนีกัดนิ้วเขาจนห้อเลือด แววตาคุณอัคคีวาวโรจน์แต่ผมไม่กลัวจ้องตอบไม่มีหลบ
“พัฒนาขึ้นนี่
ปีกกล้าขาแข็ง ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี่ล่ะ
อ่อนแอน่าสมเพชจนทำให้ยูกิต้องตาย เกลียดเขาใช่ไหมล่ะ คงสะใจสินะที่เขาตาย!”
เขายิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นต่อผม
ผมส่ายหน้า
ไม่ได้อยากอ่อนแอ เกลียดยูกิจริงแต่ไม่ได้อยากให้เขาตาย
ผมอยากบอกแต่คุณอัคคีไม่เคยฟัง เขาเช็ดคราบน้ำลายกับผ้าปูแล้วบีบขยำแก่นกายจนร้อนระอุ
แตะน้ำเมือกจากส่วนปลายขึ้นมาเลียชิมขณะที่สะโพกยังเสือกไสไม่ออมแรง
ช่องทางด้านหลังแดงปลั่งเจ็บจนชาไร้ความรู้สึก
“อึก! อ่ะ ไม่!
หยุด!!” ผมร้องร่างกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
เมื่ออารมณ์พลุกพล่านในกายเรียกร้องถึงการปลดปล่อยแต่ถูกห่วงรัดโคนที่คุณอัคคีใส่ให้สกัดกั้นน้ำราคะเอาไว้
ท้องน้อยปวดเกร็งจนอยากจะงอตัวแต่ทำไม่ได้เพราะร่างกายถูกตรึง
คุณอัคคีเหยียดยิ้มพอใจที่เห็นทำหน้าเหยเก
เขากระชากแก่นกายออก ผมผวาหยัดสะโพกตาม
เขาหัวเราะในลำคอเดินเปลือยกายไปค้นหาอะไรบางอย่างในลิ้นชัก
กลับมาอีกทีพร้อมกระปุกยาข้างในมีเม็ดยาสีขาว เขาบีบกรามผมแล้วกรอกยาสองเม็ดลงไปตามด้วยน้ำเปล่า
“แค่กๆ”
ผมพยายามโก่งคออาเจียนออกแต่ถูกมือหนากระชากผมจนหน้าหงาย
“กินเข้าไปอย่าคาย
แล้วเรามาสนุกกัน หึหึ”
ผมมองเขาเขม็งถึงรักมากกแค่ไหน
ถูกทำเหมือนโสเภณีอ้าขาให้เอาแบบนี้ใครจะทนไหว ยานั่นมันเป็นยาปลุกเซ็กส์อย่างแรงทำไมผมจะไม่รู้ก็ผมเป็นคนปรุงมันขึ้นมาเองเพื่อขายให้ลูกค้า
เม็ดหนึ่งออกฤทธิ์นานหนึ่งชั่วโมง เขากรอกปากผมสองเม็ดให้ตายเถอะ
แค่เพียงไม่ถึงสิบนาทีดีร่างกายผมเริ่มเกิดความผิดปกติ หน้าแดงก่ำหายใจหอบกระเส่า
ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นฉับพลัน
“บทลงโทษที่นายทำงานผิดพลาดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสึกิ”
คุณอัคคีแตะนิ้วลงแก่นกายผมลากไล้จนสุดโคน
เขาเอาอะไรสักอย่างที่ผมไม่รู้จักมีลักษณะเหมือนสายยางอันเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางไม่กี่มิลมาเสียบเข้าไปในท่อปัสสาวะ
น้ำเมือกที่ปริ่มปลายยอดไหลลงตามสายยาง
เขายังคงกระตุ้นมันด้วยการหมุนท่อควานลึกลงไป แก่นกายผมสั่นระริกอย่างต้องการปลดปล่อยเต็มทน
ผมพยายามหนีบขาเสียดสีกันแต่ถูกคุณอัคคีกระชากอ้าออก
“อ๊าาาาา”
ผมกลั้นเสียงต่อไปไม่ไหวแล้ว ร่างกายมันร้อนรุ่มไปหมดด้วยความเสียวซ่านที่ถูกกระทำ
“ปะ ปล่อย”
“ปล่อย?”
คุณอัคคีเลิกคิ้วถามก้มลงกัดและดูดดุนยอดอกอย่างแรง ผมครางบิดกายเร่าอ่อนระทวยอยากให้เขาทำมากกว่านี้
อยากให้เอาห่วงรัดโคนออกใจจะขาด ริมฝีปากเผยออ้าหอบหายใจเมื่อเขากัดหัวนมจมเขี้ยว
ร่างทั้งร่างกระตุกหงึกปลดปล่อยออกมาแม้มีห่วงรัดโคน คุณอัคคีรูดห่วงรัดโคนออกทำให้ผมปล่อยน้ำรักพุ่งออกมาอีกระลอกเต็มสายยาง
เขากระชากมันทิ้งอย่างไม่ใยดีผมสะท้านแอ่นสะโพกตาม เขารูดแก่นกายแข็งขันในมืออีกครั้งแล้วกระแทกเข้ามามิดโคน
“ทำหน้ายั่วยิ่งกว่าผู้หญิงขายตัวแบบนี้ ใครจะเชื่อว่าอยากให้ปล่อยไป มีแค่จะเอาให้คางเหลืองก็เท่านั้นแหละ!”
“อ๊ะๆ อึก
ซี้ดดดดด ไม่ ผม...” ผมร้องเสียงหลงก้นลอยไม่ติดพื้นเด้งเอวสวนแก่นกายที่เสือกไสเข้ามาอย่างห้ามไม่อยู่
อยากปฏิเสธข้อกล่าวหาทว่าสมองผมมันว่างเปล่าคิดข้อโต้งแย้งไม่ออก อย่างเดียวที่ต้องงการตอนนี้คือให้เขาช่วยผมปลดปล่อย
เสียงสวบสาบของน้ำรักที่คลั่งอยู่ด้านในตอนเขาซอยเข้าออกฟังดูน่าอายและหยาบโลนแต่ถึงอย่างนั้นมันกลับกระตุ้นให้ผมเด้งเอวสวนแก่นกายอย่างบ้าคลั่ง
ยิ่งเมื่อเขากระทุ้งโดนจุดกระสันผมยิ่งฮึกเหิมอยากให้เขาทำแรงกว่านี้อีกเร็วกว่านี้อีก
“อะ อ๊ะ อ้าๆ
อีก เร็วอีก!!”
อีกนิด...
อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว!
แต่อารมณ์รันจวนทั้งหมดพลันดิ่งวูบลงเหวเมื่อปลายทางฝันอยู่ตรงหน้า
คนด้านบนดันหยุดการกระทำไปเสียดื้อๆ ปล่อยให้ผมขยับสะโพกเข้าหาเขาฝ่ายเดียวอย่างอ่อนแรง
ผมแทบจะกรีดร้องด้วยความขัดใจ พยายามกระชากข้อมือออกจากเชือกที่พันธนาการ
ท้องน้อยปวดหนึบเม็ดเหงื่อพรั่งพรู ลมหายใจหอบฟืดฟาดเมื่อเขาถอนแก่นกายออกฉับพลันจนร่างผมกลวงโบ๋เหมือนขาดสิ่งเต็มเต็ม
“ไม่
คุณอัคคีเอาเข้ามา” ผมร้องขออย่างหมดอายอ้าขากัดปากเชิญชวน
“อยากได้?”
ผมพยักหน้ารับรัวๆ
คุณอัคคีเดินไปเปิดหนัง AV ผมจดจ้องจอพลาสม่าทีวีอย่างกระหายความใคร่
ภาพของหนึ่งหนุ่มสองสาวที่กำลังมีเซ็กส์กันอย่างเร่าร้อน เสียงครางกระเส่าปลุกความต้องการถึงขีดสุด
“ขอร้อง... อึก
อืมม ช่วยผม...”
“ช่วยเหรอ?”
คุณอัคคีเดินกลับมาก้มลงดูดหน้าท้องผมและวนเวียนอยู่แถวนั้นไม่ห่าง
ทว่ากลับไม่แตะต้องอะไรไปมากกว่าการบีบขยำแก้มก้นเต็มมือเฉียดแก่นกายไปมาคล้ายกลั่นแกล้ง
“ทำเหมือนในนั้นสิ ทำได้มั้ย?”
ผมพยักหน้ารัวๆ
ยามนี้หากคุณอัคคีต้องการให้ทำอะไรผมทำได้หมดขอเพียงแค่ได้ปลดปล่อย
คุณอัคคีเหยียดยิ้มพอใจเขาตัดเชือกที่ขึงมือและเท้าผมออก
ผมกระโจนเข้าไปกระชากเขาลงใต้ล่างริมฝีปากจ้วงลงดูดเม้มยอดอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่ง
รูดรั้งแก่นกายใหญ่โตแล้วทำเหมือนในหนัง AV ก้มลงเลียส่วนปลายก่อนคลอบปากลงกลืนกินอย่างหิวกระหาย
เสียงครางอือในลำคอเขายิ่งกระตุ้นให้ผมใช้ปากรูดรั้งจนเขากัดฟันกรอด
ร่างสูงหมดความอดทนจับศีรษะผมไว้มั่นแล้วสวนเอวกระแทกเข้าออกรุนแรงไม่สนแม้ผมจะออกอาการขัดขืน
แท่งร้อนจุกคอจนหายใจไม่ออก ผมไอโขลกน้ำลายไหลลงเคลือบแก่นกายมันเลื่อม
แล้วน้ำกามก็กระฉูดลงคอจนทะลึกล้นมุมปากผมโก่งคอไอหน้าดำหน้าแดงเพราะสำลัก
เขาบังคับให้ผมกลืนกินมันจนหมดถึงยอมให้ผมผละออก น้ำลายผสมน้ำรักไหลย้อยติดแก่นกายผมก้มลงเล็มเลียอักครั้งจนหมด
“ดีมาก
อย่างนั้นเลียให้หมด”
คุณอัคคีสั่งเมื่อได้ตามต้องการแล้วเขาจึงเอนตัวลงนอนใช้แขนหนุนหัวข้างหนึ่ง
อีกข้างลูบไล้บดขยี้หัวนมผมและไล้ลงไปเล่นกับแก่นกายที่กำลังไหวระริก “เอาสิ อยากไม่ใช่เหรอ
ทำเลยสิ”
สิ้นคำผมคว้าแก่นกายเขาเข้าปากอีกเพื่อเตรียมพร้อมให้เขา
เมื่อมันแข็งขันชูชันอีกครั้งผมไม่รอช้าขึ้นไปนั่งทาบบนหน้าท้องแกร่ง กระดกเอวถูกไถช่องทางบวมแดงกับแก่นกายใหญ่อย่างยั่วยวนก่อนจับของเขาตั้งขึ้นจ่อให้ตรงทางแล้วกดเข้าจนสุดในครั้งเดียว
คุณอัคคีซี๊ดปากบีบขยำยอดอกผมอย่างเมามัน ไม่จำเป็นต้องรอปรับสภาพอะไร
ผมทนไม่ไหวอีกแล้วจัดการออนท็อปด้วยตัวเองสุดแรง คุณอัคคีครางหึ่มยึดสะโพกผมไว้มั่นแล้วสวนกายกระแทกขึ้นมา
ผมกระตุกสะท้านไปทั้งร่างแอ่นกายไปด้านหลังแล้วกลั้นใจกระแทกตัวลงเร็วและแรงอย่างถึงใจ
“อ๊ะ อ๊ะ อ๋าาา
นั่นแหละ แรงอีก อีก!!” ผมกรีดร้องปรายตามองยั่วอารมณ์เขาอย่างไร้ซึ่งยางอายแล้วยามนี้
คุณอัคคีกัดฟันกรอดพลิกร่างกดผมลงหน้าแนบหมอน จับสะโพกยกขึ้นให้พอเหมาะแล้วกระหน่ำซอยไม่ยั้งแถมคว้านลึกแหวกแก้มก้นแล้วอัดกระแทกถี่ยิบ
ยิ่งช่วงสุดท้ายเขายิ่งโหมแรงเข้าเต็มแรง ทุกครั้งที่เขาขยับเข้าออกเหมือนเขารู้ว่าจุดกระสันผมอยู่ตรงไหนบ้างกระหน่ำแทงไปจุดนั้นรัวๆ
เรียกเสียงครางหงิงได้เป็นอย่างดี ผมเชิดหน้าครางกระเส่าปลดปล่อยออกมาหมดตัวทั้งที่ไม่ได้แตะหรือช่วยตัวเองเลย
เขายังไม่เสร็จเมื่อเห็นผมไปก่อนเขาจึงจับเอวผมแล้วเร่งขยับเอวถี่กระชั้นแล้วกระตุกเฮือกอัดกระแทกแรงๆ
สามทีซ้อนหลั่งน้ำรักเข้าสู่ร่างผม
ผมถอนหายใจเฮือกทิ้งตัวลงนอนคุดคู้เมื่อมือหนาปล่อยออกจากเอว
คุณอัคคีล้มตัวลงนอนทาบทับผมหอบหายใจแรงไม่แพ้กัน
“ร่าน” คำเดียวแต่กระแทกใจจนปวดหนึบปฏิเสธไม่ได้ว่าทำตัวแบบนั้นจริง
ผมกัดฟังกรอดถุยน้ำลายใส่หน้าเขา
“นาย!”
เขาตะคอกแววตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีพร้อมกับหมัดที่กระแทกลงบนหน้าผมจนหัน
“หึ!” เจ็บแปลบไปทั้งปากกลิ่นคาวคละฟุ้งในโพลงจมูก
แต่ผมยังเหยียดยิ้มอยู่ได้ ผมรักเขานั่นเป็นความจริง
แต่รักไม่ได้หมายความว่าผมยอมให้เขากระทำย่ำยีได้โดยไม่ตอบโต้อะไรเลย ครั้งนี้เขาทำเกินไป
เขาใช้ยาปลุกเซ็กส์กับผม เขาทำเหมือนผมเป็นอีตัวซึ่งนั่นผมรับไม่ได้
“ฉันล่ะชอบจริงๆ
เห็นเงียบๆ หนิ๋มๆ แต่นายพยศทุกครั้งที่เรามีเซ็กส์กัน” คุณอัคคีใช้ทิชชู่เช็ดน้ำลายออกจากหน้ากระชากเส้นผมให้เงยขึ้นสบตา
“แต่รู้ใช่ไหมว่าทำกับฉันแบบนี้แล้วคืนนี้อย่าหวังว่าจะได้นอน!!”
เขาทำตามที่ขู่ด้วยการกรอกยาปลุกเซ็กส์ลงคอผมอีกหลายเม็ด
และไม่กี่นาทีต่อมาร่างกายก็ร้อนรุ่มแก่นกายที่เพิ่งสงบนอนแน่นิ่งลุกขึ้นสู้มือหนาอีกครั้ง
ให้ตายเขาทำผมคลั่ง คุณอัคคีขยับมือรูดรั้งรัวเร็วจนผมเคลิ้มเผลอไผลไปกับการกระตุ้นนั้น
เมื่อรู้ตัวอีกทีข้อมือทั้งสองถูกกุญแจมือล็อคขึงกับหัวเตียงเสียแล้ว
“คุณ! ทำอะไร!!
ปะ อ๊ะ ปล่อยนะ!!” ผมดิ้นเร่าพยายามสะบัดให้หลุดจากพันธนาการ ให้ตายเขาโรคจิตหรือไงถึงเอาปลอบคอหนามมาสวมคอผม!
“ผมไม่ใช่หมา!”
ผมตวาดอย่างโมโห เขายิ้มกระชากโซ่ที่ติดกับปลอกคอจนหน้าเราชิดติดกัน มืออีกข้างลูบไล้ร่างกายผมอย่างหยาบโลนสร้างความเสียวซ่านจนเผลอร้องครางออกไปให้เขาชักสีหน้าสมเพช
“บทลงโทษยังไม่จบง่ายหรอกนะ
หึหึ ทาสกามารมณ์ที่น่ารัก” เขายิ้มร้ายพร้อมอุปกรณ์เซ็กส์ทอยอีกมากมายอยู่ในมือเล่นเอาผมส่ายหน้าด้วยความสะพรึงกลัว
“มาเล่นกันจนกว่าจะหมดแรงเถอะ”
และคืนนั้นผมถูกเขากลั่นแกล้งอยู่ใต้ร่างกระทั่งรุ่งเช้าถึงได้มีเวลานอน
ผมทิ้งร่างลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ กลิ่นคาวของน้ำรักลอยตลบฟุ้งในอากาศ
ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยคิสมาร์กและน้ำกาม ข้อมือข้อเท้าเป็นรอยแผลถูกบาดเลือดซิบ ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนสติดับวูบคือร่างสูงของเจ้าหัวใจเหยียดยิ้มสมเพชแล้วเดินพาดผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป
เขาเลว เขาร้าย
เขาไร้ความรู้สึก แต่ผมที่หัดฆ่าคนตั้งแต่อายุเจ็ดขวบไม่มีสิทธิ์ไปตำหนิเขา พวกเรามีบางอย่างคล้ายกันซึ่งนั่นกระมังที่ทำให้ผมหลงรักผู้ชายสารเลวอย่างเขาจนหมดใจ
‘อ่อนแอน่าสมเพชจนทำให้ยูกิต้องตาย’
เสียงเกรี้ยวกราดของเขาดังขึ้นในจิตใต้สำนึก
ผมอยากถาม ตอนนี้ผมที่ขึ้นมายืนข้างกายคุณในฐานะบอดี้การ์ดคนสนิทได้แข็งแกร่งพอหรือยัง?
หรือผมต้องทำให้ได้มากกว่านี้อีกเยอะๆ คุณถึงจะหันมามองผมบ้าง
คุณอัคคี...
คุณไม่เคยลืมยูกิได้เลยสินะ...
ผมเองก็เช่นกัน...
ไม่มีวันไหนที่ลืมยูกิได้ลง...
...100%...
[ครบ]
[ครบ]
ครบร้อยจนได้ หุหุ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
ยอมรับว่าไม่ถนัดแต่งแนวนี้จริงๆ ปกติแต่งแต่เรื่องแนวรักหวานแหวว
หุหุ กับเรื่องวอนรักฯ นี้เมลล์ตันไปเป็นพักๆ แต่อีกนัยหนึ่งก็ท้าทายดี นานๆ ทีเปลี่ยนแนวบ้างไม่เสียหาย
เม้นๆ ด้วยน้า จุ๊บๆ ^3^
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น