วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วอนรักพระเพลิงฯ (๑)



 


วอนรักพระเพลิงฯ (๑)



[สึกิ]


ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวง ห้องรับรองชั้นสามสิบถูกใช้เป็นจุดนัดพบ บริเวณทั้งชั้นเต็มไปด้วยคนของทั้งสองฝ่ายที่คอยเฝ้าระวังผู้บุกรุก 


ผมแค่นยิ้ม... ก็แค่พันธมิตรชั่วคราวจนกว่าจะเจรจาเสร็จ หรือถ้าให้มองอีกมุมผู้คนที่ยืนถืออาวุธหนักพวกนี้ต่างเฝ้าระแวงฝ่ายตรงข้ามมากกว่าที่จะระแวงคนนอกเสียอีก


นี่แหละโลกของมาเฟียที่หาความจริงใจไม่ได้ หากลดการ์ดลงเมื่อไหร่เตรียมตัวลงนรกได้เลย ธุรกิจมืดมันไม่เข้าใครออกใคร


“ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน” ใบหน้าของอิบุโตะคู่ค้าของวันนี้ประดับด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง


“ครับ ยินดีเช่นกัน” ผมแอบฉงนนิดหน่อยที่เห็นเขาเป็นฝ่ายมารอ อิบุโตะในวงการมาเฟียขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อจอมมาสาย หากนัดเที่ยงเขาจะมาเที่ยงครึ่ง ผมจึงแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นเขามารออยู่ก่อน


ผมได้รับมอบหมายจากคุณอัคคีให้มาเจรจาธุรกิจกับคนตรงหน้า ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรให้มากความทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อทั้งสองฝ่ายนั่งลงเรียบร้อยผมจึงพยักหน้าบอดี้การ์ดด้านหลังนำกระเป๋ามาวางไว้บนโต๊ะเมื่อปลดล็อคออกข้างในปรากฏยาเสพสิตจำนวนมากทั้งชนิดเม็ดและชนิดผง


ทางด้านอิบุโตะก็เช่นกันเขาเปิดประเป๋า ผมเห็นธนบัตรใบละ 10,000 เยนมัดเป็นปึกเต็มกระเป๋า เราสองฝ่ายต่างลองตรวจสอบว่าของเป็นของจริงหรือเปล่าโดยมีบอดี้การ์ดของพวกเรายืนคุมเชิงกันอยู่ด้าน ผมหยิบธนบัตรปึกหนึ่งออกมาส่งให้คนของผมตรวจ ส่วนผมสุ่มหยิบมาอีกสามใบจากต่างปึกลองลูบหมึกพิมพ์ตัวอักษรที่อยู่บนผิวธนบัตรแล้วยิ้มมุมปากเมื่อสัมผัสถึงความนูน ยกขึ้นส่องแสงไฟบนเพดาน... อืม ไม่เนียนเท่าที่ควร ผมทำซ้ำกับอีกสองใบที่เหลือแล้วเหยียดยิ้ม


หึ! มิน่าถึงรีบมาก่อนเวลานัดที่แท้ก็ร้อนจนนั่งไม่ติดที่นี่เอง


“ของจริงครับ” คนของผมบอกหลังตรวจสอบเสร็จเหลือบมองเห็นทำสัญลักษณ์มือบางอย่างที่รู้กันดีในหมู่ ผมพยักหน้าแล้วเอนตัวพิงพนักเอามือถือขึ้นมา ‘กดเล่น’ รออิบุโตะตรวจของอย่างใจเย็น ทำตัวตามสบายเหมือนไม่เห็นอาการลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกของเขา ฝ่ายนั้นให้คนลองทดสองโดยการกินและฉีดอย่างละคนรอสักพักหนูทดลองทั้งสองมีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อยาออกฤทธิ์ อิบุโตะพยักหน้าอย่างพอใจหยิบแอลเอสดี(LSD : Lysengic Acid Dicthy Lamide)มาหนึ่งแผ่นและทดลองด้วยตนเอง อาการของคนเมายาเริ่มออกฤทธิ์กระตุ้นอารมณ์นิดหน่อยพอให้รู้สึกคึกคัก 


“ถ้าอย่างนั้นเห็นทีผมต้องขอตัวก่อน” ผมลุกขึ้นโค้งให้คนตรงหน้าอย่างสุภาพเมื่อเห็นท่าทางนั้น บอกตามตรงว่ารังเกียจสายตาโลมเลียของเขาสุดๆ อยากออกไปให้พ้นซะเดี๋ยวนี้เพราะสำหรับผมแล้วการเจรจาถือเป็นโมฆะเมื่ออีกฝ่ายเล่นตุกติก


“เดี๋ยวสิ ฉันไม่ได้ใช้มากไม่เมาหรือหลอนจนคลั่งหรอกน่า อยู่เล่นด้วยกันก่อนสิ” เขาเข้าใจไปอีกทางและไม่ปล่อยผมไปง่ายๆ มือไม้อยู่ไม่สุขลูบไล้เรียวขาและขยำสะโพกผมอย่างแรง


“เจ้านายกำลังรอผมอยู่ข้างล่าง” ผมปฏิเสธปัดมือเขาออกอย่างสุภาพ แอลเอสดีมีฤทธิ์รุนแรงต่อสมองสูง มันทำให้ผู้ใช้รู้สึกมีความสุข อารมณ์ดี แล้วก็คึกคักไปในตัว 


ลักษณะของอิบุโตะตอนนี้คงบอกได้คำเดียวว่า ‘คึกคัก’ ของเขาคือคึกคักในเรื่องเซ็กซ์  อาการหลอนอ่อนๆ คงทำให้เขาประมวลภาพผมเป็นผู้ชายน่าฟัดล่ะมั้ง คิดว่านะ


“จะรีบไปไหนเล่าเรายังตกลงกันไม่เสร็จเลย”


ดื้อด้าน...


ผมยิ้มเหี้ยม คงไม่ต้องตกลงกันแล้วมั้งในเมื่อคุณมาแบบไม่โปร่งใส คิดจะเอาของปลอมมาแลกของจริง ชาติหน้าเถอะค่อยมาหลอกคนอย่าง นารุซาว่า สึกิ!


“ไม่เสร็จ?”


“ใช่!” อิบุโตะทะลึ่งพรวดสะบัดหัวไล่อาการหลอนมองหน้าผมอย่างไม่พอใจ คงจะเริ่มระแคะระคายอะไรบางอย่างแล้วแน่ๆ “เรายังไม่ได้แลกของ!!”


“จะแลกทำไมล่ะครับในเมื่อลายน้ำบนธนบัตรมันไม่ชัดเจนเท่าไหร่” สิ้นคำร่างบอดี้การ์ดของอิบุโตะทั้งที่คุมอยู่ด้านนอกและด้านในต่างล้มลงกระตุกเลือดทะลักลมหายใจดับกันถ้วนหน้า


“คราวหน้าลองไปปลอมใหม่..ในนรกนะครับ” ผมยิ้มเล็งปืนส่องกะโหลกอิบุโตะในระยะประชิดแล้วเหนี่ยวไกลปืนอย่างไม่ลังเลโดยที่เขาไม่ทันได้ไหวตัว


ปัง!!!


อา แย่จริงมันไม่เก็บเสียง


“อัก! กะ แก!!” อิบุโตะทรุดลงแทบเท้าเลือดอาบศีรษะ ก่อนสิ้นใจเขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายชัดมีดสั้นออกมาหมายจ้วงแทงขาแต่ผมหลบได้หวุดหวิดมีดเลยพลาดเป้าปักลงหลังเท้าผมแทน แล้วร่างนั้นก็แน่นิ่งไปทั้งๆ ที่ดวงตายังเบิกโพลงอย่างเคียดแค้น


“คุณสึกิ!!” บอดี้การ์ดตกใจถลามาดูแผลให้แต่ผมชักขากลับ ดึงมีดออกแล้วโยนทิ้งหน้าตาย แค่นี้มันไม่สะเทือนผมหรอก รับกรรมมาแค่นี้มันน้อยไปด้วยซ้ำเมื่อแลกกับชีวิตคนหนึ่งคน


โอ๊ะโอ๋ ได้ยินเสียงปืนดังลั่น นึกว่าจะมีใครเป็นอะไรซะอีกผมมองไปทางต้นเสียง ผู้ชายร่างสูงกำยำใบหน้าคมคายเจ้าของเสียงทะเล้นคนนี้เป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนร่วมงานของผม ชื่อของเขาคือ อากิฮิโกะ โยรุ เขายืนท้าวแขนกับกรอบประตูด้วยใบหน้าระบายยิ้มชูข้อความบนเครื่องมือสื่อสารให้ผมเห็นจะๆ 


‘SOS’[1]


“โทษทีมือมันลื่นเลยเผลอพิมพ์ผิด” ผมหัวเราะเบาๆ แก้ตัวอย่างขอไปที เห็นแบบนี้แต่ผมก็มีอารมณ์ขันเหมือนกันนะ แทนที่จะส่งไปแบบ ‘ฆ่า’ ตามแผนเมื่อคู่ค้าตุกติก แต่ผมอารมณ์ดีเลยส่ง SOS ไปแทน หึหึ ยังไงผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกัน ทุกคนที่อยู่ในที่นี้นอกจากคนของพวกผมแล้วที่เหลือเก็บให้หมด และคนที่รับจัดการสอยพวกด้านนอกก็คือโยรุเอง


ไม่ได้อยากจะฆ่าแต่ฝ่ายนั้นเล่นไม่ซื่อก่อน เพื่อไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่างจึงจำต้องเด็ดขาด


“ตั้งใจแกล้งสิไม่ว่าฉันตกใจนะจะบอกให้ แล้วไอ้เสียงปืนดังสนั่นนั่นอะไรกันวันนี้พวกเราพกแต่แบบเก็บเสียง”


“ผมหยิบมาผิดกระบอก” ผมตอบไป โยรุยักไหล่เดินเข้ามาพร้อมกับหน่วยเก็บกวาด เขาสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วโยนผ้าเช็ดหน้าให้ “สีแดงกับกลิ่นคาวเลือดไม่เหมาะกับนายเลยให้ตาย”


“ไม่เป็นไร” ผมชินแล้ว


“เช็ดซะ ของที่ให้ไปแล้วฉันไม่รับคืน” เขาบอกปัด ผมจำต้องเอามาเช็ดหน้าตัวเองสงสัยเลือดจะกระเด็นมาโดนตอนยิงอิบุโตะทิ้ง “เจ้านายรออยู่ข้างล่างแน่ะ ทำแผลที่เท้าเสร็จแล้วรีบลงไปล่ะ”


“ครับ” ผมรับกล่องปฐมพยาบาลมาแล้วจัดการล้างแผลราดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนปิดด้วยผ้าก็อซลวกๆ ทุกอย่างเสร็จสิ้นใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที โยรุมองผมด้วยสีหน้าแหยงๆ แล้วเดินนำออกห้องไป ปล่อยให้ที่เหลือเป็นหน้าที่ของหน่อยเก็บกวาด พวกเขาจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เงียบเอง


เมื่อมาถึงชั้นล่างสุดผมเห็นร่างสูงสง่าของคุณอัคคีว่าที่นายใหญ่คนต่อไปของตระกูลศิติรัตนะ มาเฟียที่กุมอำนาจล้นฟ้าและเป็นที่สุดแห่งยุค มีตระกูลมาเฟียย่อยมากมายทั่วทุกมุมโลกอยู่ภายใต้อาณัติ เขานั่งจิบกาแฟรออย่างสงบเมื่อผมและโยรุไปถึงเขาจึงลุกขึ้นโดยไม่พูดไม่จาแต่ทั้งผมและโยรุรู้ดีว่าเขาต้องการให้ทำอะไร เราสองคนเดินตามหลังคุณอัคคีไป


“ทำไมเจ้านายถึงจงเกลียดจงชังนายนัก” ระหว่างทางโยรุกระซิบถามผม


“ไม่รู้สิ”


“แล้วถ้าเกลียดขนาดนั้นยังจะเก็บไว้ใกล้ตัวทำไม”


“...” ผมไม่ตอบแต่ผลักโยรุแยกไปอีกทาง เจ้าตัวยักไหล่ยอมเลิกราแต่โดยดี เขานำกำลังคนจำนวนหนึ่งไปจัดการกลุ่มอีกาดำของอิบุโตะที่เหลือรอดให้สิ้นซากเพื่อป้องกันการแก้แค้นที่อาจนำความยุ่งยากและสูญเสียมาสู่ศิตะรัตนะในภายหลัง 


ของไม่ถูกแย่งไปแถมได้เงินมาอีกก้อนใหญ่ก็จริง แต่เป้าหมายหลักของภารกิจครั้งนี้คือการเจรจาการค้าอย่างราบรื่น และแน่นอนว่าผมทำพลาด แม้ความผิดจะไม่ได้มาจากผมแต่ในโลกมาเฟียแห่งนี้ไม่มีคำว่ายุติธรรมอยู่แล้ว คนมีอำนาจเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินว่าอะไรถูกอะไรผิด ประสบการณ์มันสอนผมแบบนั้น เมื่อผู้มีอำนาจเหนือกว่าตัดสินไปแล้วว่าผมทำงานพลาด พลาดก็ยังคือพลาดอยู่วันยังค่ำไม่ว่าเหตุผลจะมาจากอะไรก็ตาม


ผมมองตามแผ่นหลังแลดูมั่งคงดั่งหินผาแต่ทว่าเย็นชาราวก้อนศิลาด้วยความรู้สึกหลากหลาย คำถามของโยรุผมไม่ตอบแต่ในใจรู้ดีว่าเพราะเหตุใด


...เพราะผมเป็นคนทำลายหัวใจของคุณอัคคี...


...และไม่มีอะไรมากไปกว่า เขาอยากให้ผมตกนรกทั้งเป็นเหมือนอย่างที่เขาเคยเป็นเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน...


กงล้อแห่งโชคชะตานี้ยังคงหมุนต่อไปและผมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความเป็นธรรม เพราะความผิดทั้งหมดมันมาจากผมทั้งนั้น ถ้าตอนนั้นผม...


“ชักช้า รีบขึ้นรถซะ”


“ขอประทานโทษครับ” ผมก้มหัวขอโทษรีบก้าวขึ้นรถไปนั่งคู่คนขับ ในใจรู้ดีว่าปลายทางข้างหน้าจะเจออะไรเมื่อทำงานพลาด


บทลงโทษที่แสนเจ็บปวดทรมานแต่เสี้ยวหนึ่งของจิตใจกลับรู้สึกดีกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า!!







“อึก! อ๊ะ...”



บ้าจริง! ผมเกลียดที่เขาทำเหมือนผมเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ ในคอนโดแห่งนี้คุณอัคคีซื้อไว้ใช้เป็นที่สำหรับทำเรื่องอย่างว่ากับบรรดาคู่ขาทั้งหลาย คุณอัคคีไม่เคยพาใครเข้าบ้านถ้าคนๆ นั้น ไม่ใช่ตัวจริง และผมปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุที่ผมมาอยู่ในห้องนี้ ในคอนโนแห่งนี้ มานอนทับที่คู่ขาคนแล้วคนเล่าของเขาอยู่อย่างนี้ เป็นเพราะในสายตาเขาแล้วผมเองก็ไม่ต่างอะไรจากคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามา 



ผมเจ็บใจที่ต้องมาเป็นหนึ่งในคนที่ต้องรองรับอารมณ์เขา!!



“หึ!” เสียงหัวเราะในลำคอเหยียดๆ และสีหน้าดูแคลนเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยยื้อสติของผมเอาไว้ไม่ให้เตลิดไปกับสิ่งที่เขากำลังกระทำ



แม้จะมีสติครบถ้วนทุกอย่างแต่ร่างกายมันกลับทรยศตอดรัดนิ้วแกร่งที่กำลังขยับเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ผมอยากปลดปล่อยแทบบ้า แต่ไม่สามารถเอื้อมมือไปปลดพันธนาการที่ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองได้ เชือกเส้นหนาตรึงร่างกายผมไว้กับเตียงนอนขนาดกว้าง มันทำให้ผมไม่สามารถแกะเชือกเส้นเล็กที่กำลังมัดแก่นกายผมออกเพื่อให้สายธารที่รวมตัวกระจุกอยู่ปากทางได้ไหลพุ่งออกมา 



ทรมาน! 



ผมกัดฟันกรอดไม่ยอมส่งเสียงร้องให้เขาได้ใจ ร่างกายพยายามบิดเร่าเพื่อคลายอารมณ์รันจวน เขายิ้มเยาะหันไปหยิบอะไรบางอย่างมา



“คะ คุณจะทำอะไร!?!” ผมถามเสียงสั่นขืนกายหนี แต่อย่าลืมสิ! ผมจะหนีได้ยังไงในเมื่อถูกขึงอยู่กับเตียงแบบนี้!!



“อะไร?” คุณอัคคีเลียแท่งที่ทำจากสิซิลิโคนในมือยั่วผม ปลุกอารมณ์ดิบในตัวผมให้ลุกโชน “ก็เห็นๆ อยู่ว่าอะไร ทำเป็นไม่เคยโดนไปได้”



“ไม่เอา” ผมส่ายหน้า ผมไม่ชอบให้เขาใช้ดิลโด้กับผม แต่มีหรือที่คุณอัคคีจะยอมฟัง แท่งเทียมทะลวงเข้ามาในร่างสร้างความเจ็บปวดเจียนขาดใจจนเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บ “อะ โอ้ย!”



“โทษทีไม่คิดว่าจะเจ็บเป็นกับเขาด้วย ปกติเห็นแต่ทำหน้าไร้อารมณ์” ปากบอกขอโทษแต่มือไม่หยุดดันแท่งบ้าๆ นั่นเข้าร่างผมจนสุดแล้วหมุนคว้าน



ผมเจ็บจนจุกเมื่อช่องทางด้านหลังถูกเติมเต็ม พยายามขดกายหนีแทบตาย เจ็บจนไม่รู้สึกถึงความเสียวซ่านที่เพิ่งได้รับก่อนหน้านี้ แก่นกายพลันอ่อนยวบลง มือและข้อเท้าถูกเชือกบาดเป็นรอยโดยเฉพาะข้อเท้าซ้ายที่ถูกอิบุโตะแทงก่อนหน้านี้ มันถูกบาดจนเลือดซึมออกมาหยดลงพื้นเตียงเป็นวงกว้าง แต่น่าแปลกผมไม่เจ็บเลยสักนิดอาจเพราะเจ็บจนชาไปแล้วหรือไม่ก็เพราะความเจ็บจากการถูกทะลวงด้วยดิลโก้กลบความเจ็บที่ข้อเท้าไปจนมิด!



คุณอัคคีไม่สนแม้ผมจะหมดความรู้สึกไปแล้ว เขาเอาห่วงรัดโคนสีดำมาใส่แก่นกายผมแล้วถอดเสื้อผ้าออกเผยให้เห็นร่างกายกำยำสมส่วน แก่นกายของเขาตื่นตัวแล้วเต็มที่ ผมรู้ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นต่อ เขาขยับดิลโก้เข้าออกและหมุนวนอีกครั้งเพื่อเบิกทางให้แก่งกายใหญ่เข้ามา ผมครางในลำคอแก่นกายที่อ่อนตัวลงเพราะความเจ็บปวดเมื่อคู่กลับแข็งขืนขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์เพียงเพราะเห็นร่างกายของเขากับการกระตุ้นอารมณ์เล็กๆ น้อยๆ นั่น



“หึหึ อยากมากเหรอไง” เขาถามแล้วดึงดิลโก้ออก สะโพกผมแอ่นตามโดยอัตโนมัติเสี้ยวของความรู้สึกบอกผมว่าเสียดาย แต่แล้วความคิดทั้งหมดเป็นต้องหยุดชะงักเมื่อเขาเสือกไสแก่นกายร้อนผ่าวเข้ามาจนสุด ผมเผยออ้าปากค้าง ของจริงช่างต่างจากดิลโก้มากนักในความรู้สึกผม มันจุก เจ็บกว่า และร้อน... คับแน่นตึงไปทั้งช่องทางคับแคบ เหมือนได้ยินเสียงปริขาดของเนื้อเยื่อหูรูดแม้ก่อนหน้านี้จะถูกเบิกทางไว้แล้ว



“อ๊าาาาา” ความเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่างจนสั่นระริก ดวงตาผมเบิกกว้างรับรู้ได้ถึงหยดน้ำใสที่คลอปริ่มอยู่หางตา คุณอัคคีไม่รอให้ผมได้ปรับสภาพด้วยซ้ำ สะโพกสอบกระหน่ำกระแทกลงมาจนร่างสั่นคลอน เสียงครางหึ่มในลำคอบ่งบอกให้รู้ว่าเขาพอใจกับรสสวาทครั้งนี้เป็นอย่างมากผิดกับผมที่เจ็บเจียนตายแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอบพอใจเล็กน้อย และร่างกายมักแสดงอออกอย่างเที่ยงตรงเสมอ



คุณอัคคีเอื้อมมือข้างหนึ่งมารูดรั้งแก่นกายชูชันของผมเข้าจังหวะกับกระแทกกระทั้นอันหนักหน่วง น้ำเมือกขาวขุ่นไหลซึมออกจากส่วนปลายย้อยลงไปหล่อลื่นช่องทางร้อนให้คุณอัคคีสามารถขยับกายแทรกซึมได้คล่องขึ้น



“อึก ยังแน่นไม่เปลี่ยนเลยนะสึกิ” คุณอัคคีก้มลงกระซิบ มือหนาผละจากแก่นกายมาบดขยี้ยอดออกผมอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุกพล่าน เขากระแทกกระทั้นเข้าออกรุนแรงจนปลดปล่อยข้างในและทะลักล้นออกมา



“อึก แฮ่กๆ” ผมกลั้นเสียงสุดชีวิต น้ำตาเหมือนจะไหลให้ได้แต่ผมกลั้นไว้ จะไม่ยอมร้องไห้ทำตัวอ่อนแอเหมือนตอนนั้นเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนอีกแล้ว ไม่มีวัน!!



“ร้องออกมาสิสึกิ เสียวหรือเปล่า นายชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ หึหึ” คุณอัคคีกระแทกกายเข้ามาใหม่แก่นกายเขาพองโตขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว 



ผมส่ายหน้าจนผมกระจายกัดปากตัวเองแน่น ร่างกายกระเด็นกระดอนตามแรงสอดใส่ คุณอัคคีชักสีหน้าไม่พอใจเขาบีบกรามผมจนเผยออ้าปากด้วยความเจ็บ สอดนิ้วเข้ามาง้างปากผมออก น้ำลายไหลซึมตามรอยแยกมุมปากเขาใช้นิ้วหยอกเอินลิ้มผมและหัวเราะอย่างพอใจในสภาพของผมในตอนนี้



“อ๊ะ อ้า อ๊ะ อ๊ะ”



“แบบนี้สิได้อารมณ์ขึ้นเป็นกอง” เขากระชับเอวผมเข้าหาตัวและกระหน่ำซอยสะโพกรุนแรงกว่าเดิมเป็นสิบเท่า “เสียงนายร่านเป็นบ้า”



“ปะ ปล่อยผม” ผมสะบัดหน้าหนีกัดนิ้วเขาจนห้อเลือด แววตาคุณอัคคีวาวโรจน์แต่ผมไม่กลัวจ้องตอบไม่มีหลบ



“พัฒนาขึ้นนี่ ปีกกล้าขาแข็ง ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี่ล่ะ อ่อนแอน่าสมเพชจนทำให้ยูกิต้องตาย เกลียดเขาใช่ไหมล่ะ คงสะใจสินะที่เขาตาย!” เขายิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นต่อผม 



ผมส่ายหน้า ไม่ได้อยากอ่อนแอ เกลียดยูกิจริงแต่ไม่ได้อยากให้เขาตาย ผมอยากบอกแต่คุณอัคคีไม่เคยฟัง เขาเช็ดคราบน้ำลายกับผ้าปูแล้วบีบขยำแก่นกายจนร้อนระอุ แตะน้ำเมือกจากส่วนปลายขึ้นมาเลียชิมขณะที่สะโพกยังเสือกไสไม่ออมแรง ช่องทางด้านหลังแดงปลั่งเจ็บจนชาไร้ความรู้สึก



“อึก! อ่ะ ไม่! หยุด!!” ผมร้องร่างกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เมื่ออารมณ์พลุกพล่านในกายเรียกร้องถึงการปลดปล่อยแต่ถูกห่วงรัดโคนที่คุณอัคคีใส่ให้สกัดกั้นน้ำราคะเอาไว้ ท้องน้อยปวดเกร็งจนอยากจะงอตัวแต่ทำไม่ได้เพราะร่างกายถูกตรึง



คุณอัคคีเหยียดยิ้มพอใจที่เห็นทำหน้าเหยเก เขากระชากแก่นกายออก ผมผวาหยัดสะโพกตาม เขาหัวเราะในลำคอเดินเปลือยกายไปค้นหาอะไรบางอย่างในลิ้นชัก กลับมาอีกทีพร้อมกระปุกยาข้างในมีเม็ดยาสีขาว เขาบีบกรามผมแล้วกรอกยาสองเม็ดลงไปตามด้วยน้ำเปล่า



“แค่กๆ” ผมพยายามโก่งคออาเจียนออกแต่ถูกมือหนากระชากผมจนหน้าหงาย



“กินเข้าไปอย่าคาย แล้วเรามาสนุกกัน หึหึ” 



ผมมองเขาเขม็งถึงรักมากกแค่ไหน ถูกทำเหมือนโสเภณีอ้าขาให้เอาแบบนี้ใครจะทนไหว ยานั่นมันเป็นยาปลุกเซ็กส์อย่างแรงทำไมผมจะไม่รู้ก็ผมเป็นคนปรุงมันขึ้นมาเองเพื่อขายให้ลูกค้า เม็ดหนึ่งออกฤทธิ์นานหนึ่งชั่วโมง เขากรอกปากผมสองเม็ดให้ตายเถอะ แค่เพียงไม่ถึงสิบนาทีดีร่างกายผมเริ่มเกิดความผิดปกติ หน้าแดงก่ำหายใจหอบกระเส่า ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นฉับพลัน



“บทลงโทษที่นายทำงานผิดพลาดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วสึกิ” คุณอัคคีแตะนิ้วลงแก่นกายผมลากไล้จนสุดโคน เขาเอาอะไรสักอย่างที่ผมไม่รู้จักมีลักษณะเหมือนสายยางอันเล็กเส้นผ่านศูนย์กลางไม่กี่มิลมาเสียบเข้าไปในท่อปัสสาวะ น้ำเมือกที่ปริ่มปลายยอดไหลลงตามสายยาง เขายังคงกระตุ้นมันด้วยการหมุนท่อควานลึกลงไป แก่นกายผมสั่นระริกอย่างต้องการปลดปล่อยเต็มทน ผมพยายามหนีบขาเสียดสีกันแต่ถูกคุณอัคคีกระชากอ้าออก



“อ๊าาาาา” ผมกลั้นเสียงต่อไปไม่ไหวแล้ว ร่างกายมันร้อนรุ่มไปหมดด้วยความเสียวซ่านที่ถูกกระทำ “ปะ ปล่อย”



“ปล่อย?” คุณอัคคีเลิกคิ้วถามก้มลงกัดและดูดดุนยอดอกอย่างแรง ผมครางบิดกายเร่าอ่อนระทวยอยากให้เขาทำมากกว่านี้ อยากให้เอาห่วงรัดโคนออกใจจะขาด ริมฝีปากเผยออ้าหอบหายใจเมื่อเขากัดหัวนมจมเขี้ยว ร่างทั้งร่างกระตุกหงึกปลดปล่อยออกมาแม้มีห่วงรัดโคน คุณอัคคีรูดห่วงรัดโคนออกทำให้ผมปล่อยน้ำรักพุ่งออกมาอีกระลอกเต็มสายยาง เขากระชากมันทิ้งอย่างไม่ใยดีผมสะท้านแอ่นสะโพกตาม เขารูดแก่นกายแข็งขันในมืออีกครั้งแล้วกระแทกเข้ามามิดโคน “ทำหน้ายั่วยิ่งกว่าผู้หญิงขายตัวแบบนี้ ใครจะเชื่อว่าอยากให้ปล่อยไป มีแค่จะเอาให้คางเหลืองก็เท่านั้นแหละ!”



“อ๊ะๆ อึก ซี้ดดดดด ไม่ ผม...” ผมร้องเสียงหลงก้นลอยไม่ติดพื้นเด้งเอวสวนแก่นกายที่เสือกไสเข้ามาอย่างห้ามไม่อยู่ อยากปฏิเสธข้อกล่าวหาทว่าสมองผมมันว่างเปล่าคิดข้อโต้งแย้งไม่ออก อย่างเดียวที่ต้องงการตอนนี้คือให้เขาช่วยผมปลดปล่อย เสียงสวบสาบของน้ำรักที่คลั่งอยู่ด้านในตอนเขาซอยเข้าออกฟังดูน่าอายและหยาบโลนแต่ถึงอย่างนั้นมันกลับกระตุ้นให้ผมเด้งเอวสวนแก่นกายอย่างบ้าคลั่ง ยิ่งเมื่อเขากระทุ้งโดนจุดกระสันผมยิ่งฮึกเหิมอยากให้เขาทำแรงกว่านี้อีกเร็วกว่านี้อีก



“อะ อ๊ะ อ้าๆ อีก เร็วอีก!!”



อีกนิด...



อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว!



แต่อารมณ์รันจวนทั้งหมดพลันดิ่งวูบลงเหวเมื่อปลายทางฝันอยู่ตรงหน้า คนด้านบนดันหยุดการกระทำไปเสียดื้อๆ ปล่อยให้ผมขยับสะโพกเข้าหาเขาฝ่ายเดียวอย่างอ่อนแรง ผมแทบจะกรีดร้องด้วยความขัดใจ พยายามกระชากข้อมือออกจากเชือกที่พันธนาการ ท้องน้อยปวดหนึบเม็ดเหงื่อพรั่งพรู ลมหายใจหอบฟืดฟาดเมื่อเขาถอนแก่นกายออกฉับพลันจนร่างผมกลวงโบ๋เหมือนขาดสิ่งเต็มเต็ม



“ไม่ คุณอัคคีเอาเข้ามา” ผมร้องขออย่างหมดอายอ้าขากัดปากเชิญชวน



“อยากได้?”



ผมพยักหน้ารับรัวๆ



คุณอัคคีเดินไปเปิดหนัง AV ผมจดจ้องจอพลาสม่าทีวีอย่างกระหายความใคร่ ภาพของหนึ่งหนุ่มสองสาวที่กำลังมีเซ็กส์กันอย่างเร่าร้อน เสียงครางกระเส่าปลุกความต้องการถึงขีดสุด 



“ขอร้อง... อึก อืมม ช่วยผม...”



“ช่วยเหรอ?” คุณอัคคีเดินกลับมาก้มลงดูดหน้าท้องผมและวนเวียนอยู่แถวนั้นไม่ห่าง ทว่ากลับไม่แตะต้องอะไรไปมากกว่าการบีบขยำแก้มก้นเต็มมือเฉียดแก่นกายไปมาคล้ายกลั่นแกล้ง “ทำเหมือนในนั้นสิ ทำได้มั้ย?”



ผมพยักหน้ารัวๆ ยามนี้หากคุณอัคคีต้องการให้ทำอะไรผมทำได้หมดขอเพียงแค่ได้ปลดปล่อย คุณอัคคีเหยียดยิ้มพอใจเขาตัดเชือกที่ขึงมือและเท้าผมออก ผมกระโจนเข้าไปกระชากเขาลงใต้ล่างริมฝีปากจ้วงลงดูดเม้มยอดอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่ง รูดรั้งแก่นกายใหญ่โตแล้วทำเหมือนในหนัง AV ก้มลงเลียส่วนปลายก่อนคลอบปากลงกลืนกินอย่างหิวกระหาย เสียงครางอือในลำคอเขายิ่งกระตุ้นให้ผมใช้ปากรูดรั้งจนเขากัดฟันกรอด ร่างสูงหมดความอดทนจับศีรษะผมไว้มั่นแล้วสวนเอวกระแทกเข้าออกรุนแรงไม่สนแม้ผมจะออกอาการขัดขืน แท่งร้อนจุกคอจนหายใจไม่ออก ผมไอโขลกน้ำลายไหลลงเคลือบแก่นกายมันเลื่อม แล้วน้ำกามก็กระฉูดลงคอจนทะลึกล้นมุมปากผมโก่งคอไอหน้าดำหน้าแดงเพราะสำลัก เขาบังคับให้ผมกลืนกินมันจนหมดถึงยอมให้ผมผละออก น้ำลายผสมน้ำรักไหลย้อยติดแก่นกายผมก้มลงเล็มเลียอักครั้งจนหมด



“ดีมาก อย่างนั้นเลียให้หมด” คุณอัคคีสั่งเมื่อได้ตามต้องการแล้วเขาจึงเอนตัวลงนอนใช้แขนหนุนหัวข้างหนึ่ง อีกข้างลูบไล้บดขยี้หัวนมผมและไล้ลงไปเล่นกับแก่นกายที่กำลังไหวระริก “เอาสิ อยากไม่ใช่เหรอ ทำเลยสิ”



สิ้นคำผมคว้าแก่นกายเขาเข้าปากอีกเพื่อเตรียมพร้อมให้เขา เมื่อมันแข็งขันชูชันอีกครั้งผมไม่รอช้าขึ้นไปนั่งทาบบนหน้าท้องแกร่ง กระดกเอวถูกไถช่องทางบวมแดงกับแก่นกายใหญ่อย่างยั่วยวนก่อนจับของเขาตั้งขึ้นจ่อให้ตรงทางแล้วกดเข้าจนสุดในครั้งเดียว คุณอัคคีซี๊ดปากบีบขยำยอดอกผมอย่างเมามัน ไม่จำเป็นต้องรอปรับสภาพอะไร ผมทนไม่ไหวอีกแล้วจัดการออนท็อปด้วยตัวเองสุดแรง คุณอัคคีครางหึ่มยึดสะโพกผมไว้มั่นแล้วสวนกายกระแทกขึ้นมา ผมกระตุกสะท้านไปทั้งร่างแอ่นกายไปด้านหลังแล้วกลั้นใจกระแทกตัวลงเร็วและแรงอย่างถึงใจ



“อ๊ะ อ๊ะ อ๋าาา นั่นแหละ แรงอีก อีก!!” ผมกรีดร้องปรายตามองยั่วอารมณ์เขาอย่างไร้ซึ่งยางอายแล้วยามนี้ คุณอัคคีกัดฟันกรอดพลิกร่างกดผมลงหน้าแนบหมอน จับสะโพกยกขึ้นให้พอเหมาะแล้วกระหน่ำซอยไม่ยั้งแถมคว้านลึกแหวกแก้มก้นแล้วอัดกระแทกถี่ยิบ ยิ่งช่วงสุดท้ายเขายิ่งโหมแรงเข้าเต็มแรง ทุกครั้งที่เขาขยับเข้าออกเหมือนเขารู้ว่าจุดกระสันผมอยู่ตรงไหนบ้างกระหน่ำแทงไปจุดนั้นรัวๆ เรียกเสียงครางหงิงได้เป็นอย่างดี ผมเชิดหน้าครางกระเส่าปลดปล่อยออกมาหมดตัวทั้งที่ไม่ได้แตะหรือช่วยตัวเองเลย เขายังไม่เสร็จเมื่อเห็นผมไปก่อนเขาจึงจับเอวผมแล้วเร่งขยับเอวถี่กระชั้นแล้วกระตุกเฮือกอัดกระแทกแรงๆ สามทีซ้อนหลั่งน้ำรักเข้าสู่ร่างผม



ผมถอนหายใจเฮือกทิ้งตัวลงนอนคุดคู้เมื่อมือหนาปล่อยออกจากเอว คุณอัคคีล้มตัวลงนอนทาบทับผมหอบหายใจแรงไม่แพ้กัน



“ร่าน” คำเดียวแต่กระแทกใจจนปวดหนึบปฏิเสธไม่ได้ว่าทำตัวแบบนั้นจริง ผมกัดฟังกรอดถุยน้ำลายใส่หน้าเขา



“นาย!” เขาตะคอกแววตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีพร้อมกับหมัดที่กระแทกลงบนหน้าผมจนหัน



“หึ!” เจ็บแปลบไปทั้งปากกลิ่นคาวคละฟุ้งในโพลงจมูก แต่ผมยังเหยียดยิ้มอยู่ได้ ผมรักเขานั่นเป็นความจริง แต่รักไม่ได้หมายความว่าผมยอมให้เขากระทำย่ำยีได้โดยไม่ตอบโต้อะไรเลย ครั้งนี้เขาทำเกินไป เขาใช้ยาปลุกเซ็กส์กับผม เขาทำเหมือนผมเป็นอีตัวซึ่งนั่นผมรับไม่ได้



“ฉันล่ะชอบจริงๆ เห็นเงียบๆ หนิ๋มๆ แต่นายพยศทุกครั้งที่เรามีเซ็กส์กัน” คุณอัคคีใช้ทิชชู่เช็ดน้ำลายออกจากหน้ากระชากเส้นผมให้เงยขึ้นสบตา “แต่รู้ใช่ไหมว่าทำกับฉันแบบนี้แล้วคืนนี้อย่าหวังว่าจะได้นอน!!”



เขาทำตามที่ขู่ด้วยการกรอกยาปลุกเซ็กส์ลงคอผมอีกหลายเม็ด และไม่กี่นาทีต่อมาร่างกายก็ร้อนรุ่มแก่นกายที่เพิ่งสงบนอนแน่นิ่งลุกขึ้นสู้มือหนาอีกครั้ง ให้ตายเขาทำผมคลั่ง คุณอัคคีขยับมือรูดรั้งรัวเร็วจนผมเคลิ้มเผลอไผลไปกับการกระตุ้นนั้น เมื่อรู้ตัวอีกทีข้อมือทั้งสองถูกกุญแจมือล็อคขึงกับหัวเตียงเสียแล้ว



“คุณ! ทำอะไร!! ปะ อ๊ะ ปล่อยนะ!!” ผมดิ้นเร่าพยายามสะบัดให้หลุดจากพันธนาการ ให้ตายเขาโรคจิตหรือไงถึงเอาปลอบคอหนามมาสวมคอผม!



“ผมไม่ใช่หมา!” ผมตวาดอย่างโมโห เขายิ้มกระชากโซ่ที่ติดกับปลอกคอจนหน้าเราชิดติดกัน มืออีกข้างลูบไล้ร่างกายผมอย่างหยาบโลนสร้างความเสียวซ่านจนเผลอร้องครางออกไปให้เขาชักสีหน้าสมเพช



“บทลงโทษยังไม่จบง่ายหรอกนะ หึหึ ทาสกามารมณ์ที่น่ารัก” เขายิ้มร้ายพร้อมอุปกรณ์เซ็กส์ทอยอีกมากมายอยู่ในมือเล่นเอาผมส่ายหน้าด้วยความสะพรึงกลัว “มาเล่นกันจนกว่าจะหมดแรงเถอะ”



และคืนนั้นผมถูกเขากลั่นแกล้งอยู่ใต้ร่างกระทั่งรุ่งเช้าถึงได้มีเวลานอน ผมทิ้งร่างลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ กลิ่นคาวของน้ำรักลอยตลบฟุ้งในอากาศ ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยคิสมาร์กและน้ำกาม ข้อมือข้อเท้าเป็นรอยแผลถูกบาดเลือดซิบ ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนสติดับวูบคือร่างสูงของเจ้าหัวใจเหยียดยิ้มสมเพชแล้วเดินพาดผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป



เขาเลว เขาร้าย เขาไร้ความรู้สึก แต่ผมที่หัดฆ่าคนตั้งแต่อายุเจ็ดขวบไม่มีสิทธิ์ไปตำหนิเขา พวกเรามีบางอย่างคล้ายกันซึ่งนั่นกระมังที่ทำให้ผมหลงรักผู้ชายสารเลวอย่างเขาจนหมดใจ



‘อ่อนแอน่าสมเพชจนทำให้ยูกิต้องตาย’ เสียงเกรี้ยวกราดของเขาดังขึ้นในจิตใต้สำนึก



ผมอยากถาม ตอนนี้ผมที่ขึ้นมายืนข้างกายคุณในฐานะบอดี้การ์ดคนสนิทได้แข็งแกร่งพอหรือยัง? หรือผมต้องทำให้ได้มากกว่านี้อีกเยอะๆ คุณถึงจะหันมามองผมบ้าง



คุณอัคคี...



คุณไม่เคยลืมยูกิได้เลยสินะ...



ผมเองก็เช่นกัน...



ไม่มีวันไหนที่ลืมยูกิได้ลง...


 ...100%...
[ครบ] 

ครบร้อยจนได้ หุหุ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
ยอมรับว่าไม่ถนัดแต่งแนวนี้จริงๆ ปกติแต่งแต่เรื่องแนวรักหวานแหวว
หุหุ กับเรื่องวอนรักฯ นี้เมลล์ตันไปเป็นพักๆ แต่อีกนัยหนึ่งก็ท้าทายดี นานๆ ทีเปลี่ยนแนวบ้างไม่เสียหาย
เม้นๆ ด้วยน้า จุ๊บๆ ^3^



[1] SOS ย่อมาจาก Save Our Souls หมายถึง การขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น