
ในวงการมาเฟียแม้นายใหญ่จะมีอำนาจสูงสุดเปรียบเหมือนประมุขของกลุ่ม แต่กระนั้นแก๊งค์เรานั้นเป็นแก๊งค์ที่มีขนาดใหญ่ยากที่คนเพียงคนเดียวจะดูแลได้ทั่วถึง นายใหญ่จึงแบ่งเขตอำนาจการปกครองเป็นแปดเขตการปกครองใหญ่ๆ โดยแบ่งสมาชิกในแก๊งค์ออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ตามเขตการปกครอง ผู้นำของแต่ละกลุ่มย่อยขึ้นตรงต่อนายใหญ่เพียงผู้เดียวและได้รับมอบหมายให้ดูแลเขตภูมิภาคที่ต้องปกครองตามแต่ระดับความสำคัญและอยู่ใกล้เขตเมืองหลวงโตเกียว
กลุ่มย่อยที่หนึ่ง
‘หงส์แดง’ มีความสำคัญสูงสุดเพราะปกครองเขตคันโตซึ่งเป็นฐานที่ตั้งมั่นของตระกูลศิตะรัตนะตระกูลผู้นำแก๊งค์
หงส์แดงอยู่ภายใต้การนำของคุณอัคคีลูกชายคนโตของคุณศิขเรศ(นายใหญ่ : ประมุขของแก๊งค์) ซึ่งหัวหน้ากลุ่มย่อยที่หนึ่งอย่างคุณอัคคีนั้น
เขาเป็นตัวเกร็งอันดับหนึ่งของผู้ที่มีคุณสมบัติได้รับสืบทอดตำแหน่งนายใหญ่คนต่อไป เนื่องจากมีความสามารถโดดเด่นล้ำหน้าผู้นำกลุ่มย่อยอื่น
เขาจึงรักษาการอยู่ใกล้ตัวนายใหญ่ผู้เป็นพ่อในเขตเมืองหลวงโตเกียว
กลุ่มย่อยที่สอง
‘พยัคฆ์เมฆา’ ปกครองเขตโทโฮะกุมีอาณาเขตติดกับคันโต
อยู่ภายใต้การนำของคุณอัคนีลูกชายคนรองของนายใหญ่
เขาเองก็มีความสามารถทัดเทียมกับคุณอัคคีผู้เป็นพี่ เพียงแต่ว่าเขาไม่มีความต้องการจะแย่งชิงตำแหน่งนายใหญ่กับใครจึงขอถอนตัวออกจากการเป็นผู้มีสิทธิ์ไป
และตอนนี้ได้หันมาทำแต่ธุรกิจที่ถูกกฎหมายในเครือศิตะรัตนะเท่านั้น
แม้จะมีหน้าที่ปกครองอาณาเขตแต่ทว่าตัวเขาได้ย้ายไปปักหลักอยู่ที่ประเทศไทยที่หลายปีแล้ว
ทิ้งฐานที่มั่นของตนไว้ให้คุณภัคจิราผู้เป็นน้องสาวรักษาการแทน
ผมเคยเจอคุณอัคนีไม่กี่ครั้งตอนเด็ก จำไว้ว่าเป็นชายที่มีแววตาคมประดุจพยัคฆ์เวลาโกรธหรือโมโหจะเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
กลุ่มย่อยที่สาม
‘มังกรฟ้า’ ปกครองเขตจูบุมีอาณาเขตติดกับคันโตเช่นกัน อยู่ภายใต้การนำของอากิระ
ทะสึโอะ คนผู้นี้ผมไม่รู้จักและไม่เคยพบเจอ
ว่ากันว่าเป็นผู้ชายที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวหาตัวจับได้ยาก ชอบกระทำการใดๆ โดยผ่านตัวแทนเสมอ
เขาเป็นเหมือนเงาที่คอยเก็บกวาดปูทางสู่ความสำเร็จให้กับแก๊งค์
แต่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องธุรกิจการค้าของแก๊งค์เพราะเขามีเครือข่ายธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้ว
คนที่เคยเห็นและพบเจอเขานั้นมีเพียงนายใหญ่และคุณอัคคี
กลุ่มย่อยที่สี่
‘เท็นงู’ ปกครองเขตคันไซ อยู่ภายใต้การนำของมิโกะอากิ
ดอกไม้งามผู้ชื่นชอบการฆ่าคนด้วยยาพิษ คนๆ นี้ไม่มีอะไรมากเธอค่อนข้างสันโดษพอตัว
มีผู้อาวุโสหลายคนในแก๊งค์คอยหนุนหลังเธอให้ขึ้นเป็นนายใหญ่คนต่อไป
แต่ผมไม่รู้ว่าตัวเธอสนใจเปล่า สวยเซ็กซี่ก็จริงแต่เป็นอีกคนที่ไม่น่ายุ่งด้วย ถ้าทำให้เธอแค้นรับรองเธอจะตามจองล้างจองผลาญจนหาที่ซุกหัวนอนไม่ได้เชียวล่ะ
ผมเกือบเคยโดนหมายหัวเพราะเผลอไปพูดแทงใจดำเธอเข้า...
กลุ่มย่อยที่ห้าถึงเจ็ดนั้นผมไม่ขอพูดถึงเพราะความสำคัญลดหลั่นกันลงไป
หัวหน้ากลุ่มแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างแต่ไม่อาจทัดเทียมสี่คนแรกได้
แต่กระนั้นกลุ่มย่อยที่แปดกลับเป็นปัญหาใหญ่
‘อีกาดำ’ ปกครองเขตคิวชูและโอะกินะวะซึ่งอยู่ไกลสุดจากฐานที่มั่น ผู้นำกลุ่มคือ
‘ไซโต้ มูอิ’ ความสามารถไม่ค่อยเด่นชัดแต่ความเจ้าเล่ห์และความกระหายอำนาจมีเป็นกระบุงโกย
เพราะมีนิสัยแบบนี้ไงเขาถึงก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนั้นได้
หากถามว่าในบรรดาผู้นำกลุ่มย่อยทั้งหลายใครน่าระแวงสุด ผมตอบได้เลยว่าหมอนี่แหละ
เขาเคยลอบกัดคุณอัคคีเมื่อนานมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ตอนนี้อยู่ในระหว่างการหลบหนีและยังไม่มีใครขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มแทนคล้ายกับว่าพวกนั้นกำลังรีรออะไรบางอย่างอยู่
นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีกลุ่มย่อยอื่นๆ
กระจักกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก
ถือได้ว่ากลุ่มมาเฟียภายใต้การนำของนายใหญ่นั้นเข้มแข็งและแข็งแกร่งที่สุดก็ว่าได้
และตอนนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงผลัดเปลี่ยนประมุขแล้วเพราะคุณศิขเรศนายใหญ่คนปัจจุบันเริ่มแก่ชราไปตามกาลเวลา
ที่ผ่านมาคนของตระกูลศิตะรัตนะได้ขึ้นเป็นนายใหญ่ติดต่อกันมาหลายสมัย
และครั้งนี้ผมก็หวังว่าตระกูลศิตะรัตนะจะได้ขึ้นครองตำแหน่งสูงสุดของแก๊งค์อีกหนึ่งสมัย
“จับตาดูพวกมันไว้อย่าให้คลาดสายตา
ผมสังหรณ์ใจว่าพวกมันอาจเป็นสายให้ตำรวจ
ถ้ามีหลักฐานก็จับได้เลยผมให้พวกคุณตัดสินใจจากสถานการณ์ที่เจอ
แต่ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้จับเป็น” ผมบอกเสียงเรียบในที่ประชุมลับของหน่อยย่อยที่หนึ่ง
ในห้องนี้มีแต่คนระดับสูงในกลุ่มเท่านั้นจึงมีสิทธิ์เข้าร่วมประชุม
วันนี้คุณอัคคีไม่เข้าร่วมประชุมผมและโยรุที่เป็นคนสนิทเปรียบเสมือนแขนขาของคุณอัคคีจึงต้องทำหน้าที่แทนไปโดยปริยาย
เราได้ข่าวจากสายสืบมาว่าตำรวจส่งหนอนบ่อนไส้แฝงตัวเข้ามาสืบข้อมูลเรื่องกำลังคนและกลไกลการรักษาการฐานที่ตั้งมั่นเพื่อทำการกวาดล้างแก๊งค์เรา
คุณอัคคียื่นเรื่องขอรับภารกิจนี้มาทำอย่างเสียไม่ได้เพราะกลุ่มย่อยอื่นๆ
ไม่มีใครอยากทำภารกิจนี้ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากเหตุผลเดียวสั้นๆ แต่ตรงใจทุกคน
‘งานมันง่ายจนน่าเบื่อ’
....รวมถึงผมด้วย....
เฮ้อ... งานมันง่ายเกินไปจริงๆ นะครับ สายที่ตำรวจส่งมามีแต่พวกไม่ได้เรื่องฝีมือกระจอก
พวกนี้ไม่คิดกวาดล้างเราจริงๆ หรอกครับ
ที่ทำแบบนี้ก็แค่ทำเอาหน้าให้คนอื่นเห็นว่าตนไม่ได้ละเลยหน้าที่ เอาเข้าจริงๆ
พวกนั้นไม่กล้าแหย่พวกเราหรอก ใครจะกล้ายุ่งกับแก๊งค์มาเฟียที่มีเครือข่ายอยู่ทุกมุมโลกกันนอกเสียจากว่าตำรวจพวกนั้นเบื่อการมีชีวิตแล้ว
“แล้วถ้าไม่ไหวล่ะ”
“ฆ่าได้ตามสบาย”
ผมสบตาโยชิสึนะที่เป็นคนถาม สายตาที่เขามองผมมันไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่
แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรเขาเป็นคนเปิดเผยความรู้สึกเสมอคิดอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าหมด
คนแบบนี้ไม่น่ากลัวเท่าคนที่เดาอารมณ์ยาก “เอาล่ะใครมีอะไรสงสัยเรื่องนี้อีกอีก”
เมื่อไม่มีใครพูดอะไรผมจึงจบการประชุมลงและเดินออกจากห้องลับพร้อมโยรุ
“หยิ่งชะมัดคิดว่าตัวเองแน่นักรึไงวะ”
“ใช่ ไม่หัดเจียมตัวซะบ้าง
ถ้ายูกิไม่ตายมันไม่มีทางขึ้นมายืนทะนงตนข้างนายได้หรอก”
“ฝีมือดีจริงรึเปล่าก็ไม่รู้
เห็นว่าตอนเด็กๆ โคตรจะไม่เอาอ่าวในทุกๆ เรื่อง”
“นั่นสิ ‘แกะดำ’
ของตระกูลนารุซาว่าชัดๆ!”
เสียงสบถไม่พอใจดังตามหลังมาติดๆ
เมื่อก้าวเท้าพ้นห้อง โยรุสถบอุบกัดฟันกรอดหันหลังสาวเท้ากลับไปจะเอาเรื่องแต่ผมรั้งเขาไว้
“ไม่เอาน่าโยรุคุง”
“ทำไม
นายไม่ได้ยินพวกมันพูดรึไง”
โยรุชักสีหน้าแยกเขี้ยวถลึงตาดุที่ผมยังทำใจเย็นอยู่ได้
“พวกเขาก็แค่ยึดติดกับภาพลักษณ์ในอดีตของผมและไม่เคยเคยเห็นผมเอาจริงจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก
พวกเขาคงไม่พอใจที่ผมขึ้นมายืนในจุดนี้ได้ทั้งๆ ที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มทีหลังพวกเขา”
ผมตอบ
“นายนี่ตายด้านจริงๆ
ว่ะ” โยรุส่งเสียงฮึดฮัด
ผมหัวเราเบาๆ เปล่าตายด้านนะครับ
ก็รู้สึกไม่พอใจอยู่เหมือนกันที่ถูกนินทาลับหลังแบบนี้แต่ผมแค่ทำทีเป็นไม่สนใจแค่นั้นเอง
สักวันพวกเขาจะรู้ว่าผมมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่ายูกิเลย
เมื่อวันนั้นมาถึงสายตาที่มองดูแคลนผมจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
“จะแคร์ทำไมอย่างน้อยก็มีโยรุคุงคนหนึ่งที่เห็นความพยายามของผมมาตลอด”
“ไอ้พวกนั้นมันตาบอดนายเก่งกว่าฉันอีก”
โยรุตอบบ่าให้กำลังใจ
“ไม่หรอกครับ...
โอ๊ะ!” ผมเซวูบไปเกือบล้มถ้าหากโยรุช่วยไว้ไม่ทัน
“เป็นอะไร!”
“ปะ เปล่าครับ”
ผมสะบัดหน้าไล่อาการมึนงงค่อยๆ ทรงตัวขึ้นและยืนได้ด้วยตัวเอง
ดูสีหน้าโยรุไม่ดีเลยเขาประคลองผมไปนั่งโซฟา
“ไม่เป็นได้ไงหน้าซีดขนาดนี้
ไม่สบายเหรอ อืม... ตัวร้อนนิดๆ นะ แล้วท่าเดินนั่นอะไรเจ็บเท้าเหรอ”
โยรุถามรัวเอามือทาบหน้าผากวัดไข้แล้วก้มลงดูข้อเท้าที่พันผ้าสีขาวไว้
“ไม่ต้อง
ไม่เป็นไรครับแค่พักผ่อนน้อยไปหน่อย” ผมชัดเท้าหนีก่อนที่เขาจะแตะมัน
รู้ว่าเขาหมายถึงแผลที่ถูกแทงแต่ถ้าให้ดูก็ต้องเลิกขากางเกงขึ้น... ไม่อยากให้เขาเห็นรอยเชือกบาด
ไม่อยากให้รับรู้ว่าถูกทำอะไรมา
คิดว่าตัวเองทำตัวเหมือนปกติที่สุดแล้วเชียวสุดท้ายถูกโยรุสังเกตเห็นจนได้
“แน่ใจ?”
“ครับ”
ผมยิ้มให้โยรุคลายกังวล ท่าทางเขาทำให้ผมยิ้มออกเหมือนพี่ชายที่กำลังห่วงน้องชายเลนครับ
หึหึ ถึงไม่มีใครรักอย่างน้อยแค่โยรุยังเห็นผมอยู่ในสายตาบ้างก็ดีแล้ว
ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ...
“งั้นก็กลับไปนอนไป
ที่เหลือฉันจัดการต่อเอง”
คือผมคิดว่าจะไปเดินตรวจตราแถมย่านชินจูกุ
ได้ข่าวมาว่ามียากูซ่ามาระรานแถมนั้นและคิดจะตั้งตัวเป็นใหญ่ที่ ผมว่าจะไปดูซะหน่อย
“เอ่อ คือ...”
ผมลังเลไม่แน่ใจ
“ไม่เชื่อมือฉันรึไง”
โยรุเลิกคิ้วถามเสียงกวน
ผมส่ายหน้าไม่ใช่ไม่ไว้ใจแต่เกรงใจต่างหาก
และก่อนที่ผมจะตัดสินใจว่าจะเอายังไงดีเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
Rrrrrrrrrrr Rrrrrrrrrrrrrr
ผมควานหามือถือขึ้นพร้อมกับโยรุที่ชะโงกหน้ามาดู
เราต่างยิ้มแหยะให้กันไปมา
“เอางี้
ฉันไปเองได้ส่วนนายก็... รับสายซะ โอเค ตามนี้นะ บาย แล้วเจอกัน”
ว่าแล้วโยรุก็ยีหัวผมจนฟูแล้วเดินผิวปากจากไปไม่ฟังคำทัดทานของผมเลย “อ้อ!
อย่าลมหายาทานด้วยล่ะ”
“ครับ”
ผมขานรับยิ้มให้โยรุและถอนหายใจเฮือกเมื่อก้มมองหน้าจอกดรับสายอย่างจนใจ “ครับ
คุณอัคคี”
[อยู่ไหน]
“สถานที่ประชุมลับครับ
เสียงคุณแปลกไปนะ... ไม่สบายหรือเปล่าครับ” ผมถามเพราะเสียงเขาแหบแห้งยังไงชอบกล
[ประชุมเสร็จแล้วมาหาฉันที่คอนโด
หิวข้าว]
ตี๊ดด....
ผมแค่นยิ้มมองหน้าจอที่ดับลงและสัญญาณที่ถูกตัดไปโดยที่ผมไม่แม้แต่จะได้ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ
ทั้งสิ้น เขาก็เป็นแบบนี้เสมอ เห็นแก่ตัวจะทำอะไรกับผมก็ได้เหมือนผมเป็นหุ่นยนต์ไม่มีชีวิต
ไม่มีจิตใจ เจ็บป่วยไม่เป็น
คุณอัคคี...
คุณไม่คิดจะถามผมหน่อยเหรอว่าหลังจากที่คุณทำไปขนาดนั้นร่างกายผมตอนนี้เป็นยังไงบ้าง...
ถึงจะน้อยใจเท่าไหร่ผมก็ทำได้เพียงเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ภายในใจ
รีบออกไปหาเขาตามคำสั่ง น้ำเสียงสั่นๆ แหบๆ นั่นทำให้ผมกังวลกลัวเขาจะไม่สบายและต้องการคนดูแล
และคนที่เขาเลือกโทรหาอาจเป็นผมก็ได้!
************************
*************************************
...100%...
[ครบ]
มาถึงคอนโดเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็โดนคุณอัคคีรุกดูดปากกอย่างหนักหน่วง
เขาสอดลิ้นเข้ามาดูดกลืนลิ้มผมอย่างเร่าร้อนดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา
ร่างสูงดันผมล้มลงครูดกับบานประตูห้องปลุกปล้ำอย่างตะกุกตุกราม
เมื่อเขาถอนปากออกผมก็หมดแรงอ้าปากโกยออกซิเจนเข้าปวดแทบไม่ทัน
เขาเป็นอะไร
ทำไมวันนี้แววตาถึงแปลกไปเต็มไปด้วยความใคร่และต้องการปลดปล่อย เหมือนคนไม่มีสติเลย
“คุณอัคคี อื้ออ...
ไหนบอกว่าหิวข้าว” ผมพยายามดันหน้าเขาออกจากซอกคอ รู้สึกเจ็บจี๊ดเมื่อเขาซุกไซ้สลับดูดเม้มจนขึ้นรอย
ผมจับมือหนาไม่ให้สอดเข้าไปในกางเกง “เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?”
“ฮื่ม!”
เขาครางหึ่มชักสีหน้าขัดใจกระชากมือผมและรวบไว้เหนือศีรษะ
“ยัยจิ้งจอกนั้นมอมยาฉันแล้วบอกว่าจะอยู่ให้เอาจนกว่าจะหายอยากแต่ดันสลบเหมือดไปซะก่อน
บ้าเอ้ย!”
“อะ อะไรนะ...”
ผมถามเสียงเบาหวิวจับต้นชนปลายไม่ถูก ผมน่าจะเอะใจแต่แรกว่าคนอย่างคุณอัคคีไม่มีวันเจ็บป่วยไปได้ง่ายๆ
และถึงเขาไม่สบายจริงคนที่เขาเลือกมาให้ดูแลไม่มีทางเป็นผมแน่นอน!!
“เอากับคนไม่ได้สติมันจะไปสนุกตรงไหน”
คุณอัคคีงึมงำกับหน้าท้องผมแล้วกระชากกางเกงออกอย่างแรง
ผมไม่ยอมกระชากมือออกจากพันธนาการแต่เขาแรงเยอะมาก ผมไม่สามารถจะขัดขืนได้เลย
ให้ตาย!!
หน้าผมชาไปทั้งแถบเหมือนถูกเขาต่อยหน้าด้วยคำพูด เขาไม่ได้ไม่สบายแต่ถูกมอมยาและต้องการหาที่ปลดปล่อย
เหลือบมองประตูห้องนอนที่แง้มออกเห็นร่างอรชรของสาวสวยคนหนึ่งนอนนิ่งหมดสภาพอยู่ข้างใน...
นี่ไงความเป็นจริง นี่ไงเหตุผลที่เขาเรียกผมมาหา
พอคนอื่นให้ความสุขกับเขาต่อไม่ได้
ตัวเลือกต่อไปที่เลือกมาระบายความใคร่ด้วยก็คือผม!!
งี่เง่านะว่าไหม?
คิดเองเออเองว่าเขาเรียกมาให้ดูแลยามเจ็บไข้
คิดไปคนเดียวว่าเขาอาจเห็นความสำคัญของผมแล้วบ้าง
ความพยายามที่ผ่านมาเริ่มประสบความสำเร็จ...
นายมันโง่สุดสึกิ!
จำใส่หัวไว้ซะ!!
เขาเรียกนายมาเอา!! นายมันก็แค่ที่ระบายความใคร่!!
แกวกกกก
กางเกงขาดติดมือหนาไป
ร่างสูงแหวกเรียวขาออกแล้วแทรกกายเข้ามาจ่อแก่นกายกับช่องทางรักแต่ผมสะบัดมือออกสุดแรงเกิดและมันได้ผลเขาปล่อย
ผมอาศัยจึงหวะนั้นผลักเขาออกแล้วถอยห่างทันที
“หยุดนะคุณอัคคี!!
เรียกผมมาเพราะต้องการปลดปล่อย! คุณเห็นผมเป็นตัวอะไรกันแน่!!” ผมผุดลุกขึ้นยืนค้ำหัวเขาตวาดลั่น
ผมโกรธ โมโหจนตัวสั่น กำหมัดแน่นพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ชกหน้าเขาเรียกสติ
แล้วคิดว่าคนอย่างคุณอัคคีจะยอมให้ผมยืนค้ำตัวเหรอ เหอะ! ไม่มีทาง!! เขาลุกขึ้นยืนประจันหน้าเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวผมเพราะตอนนี้เราอยู่หน้าประตูผมจะมีทางหนีได้ยังไง
มือหนากระชากเส้นผมจนหน้าหงาย
“อึก!”
ผมกลั้นเสียงร้องของความเจ็บปวด ดวงตาคมที่เคยหลงใหลยามนี้วาวโรจน์อย่างน่ากลัว
เพียงแค่สบตาก็เหมือนถูกหยุดลมหายใจร่างกายแข็งทื่อ
ร่างกายสั่นระริกจนต้องยกมือกอดตัวเองไว้ เขาน่ากลัว น่ากลัวเกินไป!!
“จะโวยวายอะไรนักหนา
นายเองไม่ใช่เหรอที่ตะเกียดตะกายพยายามเพื่อให้ได้มายืนข้างฉัน”
เขากระซิบเสียงเย็นริมหู ผมหนาวไปทั้งกายและใจ
“ผมยืนข้างคุณในฐานะบอดี้การ์ด!”
ผมตอกกลับอย่างเดือดดาลแต่ไม่กล้าสบดวงตาที่ราวกับจะฆ่าให้ตายของเขาได้
“จะไม่มีใครมาแทนที่ยูกิได้ทั้งนั้น!!”
คุณอัคคีตวาดกลับพร้อมฝ่ามือที่ฟาดลงบนหน้า แต่ผมไม่เจ็บแม้จะได้กลิ่นเลือดใจปาก
ทางกายต่อให้ทำร้ายแค่ไหนผมก็ทนได้แต่ทางใจ...
ผมเจ็บทุกทั้งที่เขาพูดจาไม่รักษาน้ำใจกัน
เมื่อไหร่คุณจะลืมยูกิได้!!
เขาตายไปแล้วได้ยินไหม!! ตายไปตั้งสิบกว่าปีแล้ว!!
ผมอยากจะกรีดร้องอยากจะตะโกนให้ดังก้องให้สมกับความอัดอั้น!!
ให้ทุกคำพูดมันซึมลึกเข้าไปในหัวเขา!! ให้เขาหันมามองผมที่พร้อมถวายหัวมอบชีวิตให้เขาบ้าง!!
หันมามองกันหน่อยสิ!!
ยูกิตายแล้ว!!
เขาไม่มีวันกลับมายืนข้างกายคุณได้อีกแล้ว!!
ยอมรับความจริงซะที!!
แต่ผมรู้
พูดไปก็เท่านั้นเพราะเขาไม่เคยฟังอะไรผมอยู่แล้ว ผมถูกลากถูลู่ถูขังเข้าอีกห้องที่ว่างอยู่
เมื่อมาถึงร่างสูงก็เหวี่ยงผมลงเตียงแล้วตามขึ้นคร่อม ปลอกคอหนังอันเดิมถูกนำมาใช้พันธนาการผมกับเตียงอีกครั้งโดยที่ผมยังไม่ทันได้ขัดขืน
“อยู่นิ่งๆ ให้ฉันเอาก็พออย่าปากมาก
รักฉันไม่ใช่เหรอ งั้นยอมฉันซะสิ” เขาแสยะยิ้มเลวกระชากกระดุมเสื้อผมหลุดติดมือไปไล้นิ้วบนเรือนร่างผมด้วยสีหน้าพอใจแล้วก้มลงซุกไซ้หน้าอกขาวอย่างตะกุมตะกาม
ผมนอนนิ่งมึนงงไปชั่วขณะ
กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากเหมือนมีอะไรมาจุกคอ อึ้งจนพูดไม่ออก เขาฉลาดพูด
เอาความรักของผมมาเป็นข้อต่อรองให้ผมยินยอมทำตามที่เขาต้องการทุกอย่าง
แล้วผมก็โง่หน้ามืดตามัวจนโงหัวไม่ขึ้น ยอมให้เขาทำร้ายอีกจนได้...
สวบ!
“อึก!”
ผมกัดฟันกรอดเมื่อเขาพลิกตัวผมในท่าโก่งโค้งแล้วเสือกไสแท่งร้อนเข้าไปข้างในโดยไม่มีการเบิกทางก่อน
เจ็บแปลบจนร่างสะท้านสุดตัวแข้งขาหมดแรงทรุดลงกับเตียงอันเย็นเฉียบปล่อยให้เขาย่ำยีได้ตามใจ
ช่องทางด้านหลังปวดแสบร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟเผายามเขากระแทกกระทั้นอย่างแรง
มันบวมแดงและมีเลือดคลั่งภายในแต่มีเหรอที่เขาจะสนใจว่าผมจะเจ็บจะปวดเท่าไหร่
สีหน้าเหยเกของผมแบบนี้แหละที่ทำให้เขาพอใจยิ่งกว่าอะไรและยิ่งโหมแรงกระหน่ำซอยไม่ยั้ง
“ร้องสิ! ร้องไห้ออกมา!!
เจ็บไม่ใช่เหรอ!!! แต่รู้ไว้ซะนายยังเจ็บน้อยกว่าฉันที่เห็นคนที่รักตายไปต่อหน้าต่อตาด้วยซ้ำ!!”
มือหนาจิกศีรษะผมเงยขึ้นแล้วง้างปากออก
ผมรู้ถ้าเพียงแค่ยอมทำตามคำสั่งแรงเสียดสีในช่องทางด้านหลังจะลดลงเมื่อเขาพอใจ
ไม่ทำหรอก
ไม่มีทาง!! ขอแค่ศักดิ์ศรีเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ขอให้ผมได้เข้มแข็งเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีนี้ไว้
เพื่อให้ผมได้รู้สึกว่าตัวเองมีค่าบ้างสักนิด จะไม่ร้องเด็ดขาด เคยสัญญากับตัวเองไว้แล้ว!!
“มันน่าขัดใจนะสึกิ
นายยอมฉันทุกอย่างไม่ว่าจะสั่งให้ทำอะไร
แต่นี่เป็นเรื่องเดียวที่นายไม่เคยทำให้ฉันได้เลย น่าภูมิใจชะมัด!!”
เหมือนเขาภูมิใจแต่ความจริงเขาประชดผมต่างหาก “งั้นก็เตรียมตัวรับบทลงโทษได้เลย!
ดูซิว่าแบบนี้ยังจะเงียบได้อยู่อีกมั้ย”
ผมมองดิลโก้ในมือเขาด้วยสายตาหวาดหวั่น
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อเขาเอาดิลโก้เสียบเข้าไปในช่องทางรักทั้งๆ
ที่ยังไม่ถอนแก่นกายออก ผมกำมือแน่นพยายามผ่อนคลาย รู้ว่าถ้ายิ่งเกรงมันจะยิ่งเจ็บแต่ไม่ไหวมันแน่นและตึงไปหมด
ทั้งของจริงของปลอมขนาดมันไม่ได้น้อยเลย ผมจุกผมเจ็บเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
แต่กัดฟันแน่นไม่มีทางร้องไห้ให้เขาเห็น
สวบ! สวบ!!
คุณอัคคีขยับกายเข้าออกพร้อมใช้ดิลโก้บดคว้านหาจุดกระสันไปด้วย
นั่นทำให้ผมเริ่มตื่นตัวและมีอารมณ์ร่วม
เขาหัวเราะอย่างพึงใจกระหน่ำซอยจนกระตุกปล่อยน้ำเข้าไปแล้วดึงแก่นกายออกพรวดเมื่อผมรับเขาไว้แล้วทุกหยาดหยด
ทั้งที่ปลดปล่อยไปแล้วแต่แก่นกายเขายังแข็งอยู่ มือหนาเปิดสวิตซ์ดิลโก้ที่ยังคาข้างในให้สั่นไหว
ผมบิดกระเส่าครางในลำคอด้วยความเสียวเพราะมันสะกิดถูกจุดเหรอเกิน ช่องทางร้อนแม้จะฉีกขาดและถูกของใหญ่สองอันทะลวงแต่ยังขมิบตอดรัดดิบโก้อย่างรู้งาน
“อ้าปาก” คุณอัคคีขึ้นคร่อมสั่งเสียงเย็นเอาแก่นกายมาถูไถใบหน้าผมและจ่อปาก
ผมเบือนหน้าหนีเขาจิ๊ปากขัดใจใช้นิ้วไล้แนวฟันแล้วดันสอดเข้าไปเล่นลิ้มผมและคาไว้อย่างนั้นก่อเสือกแก่นกายเข้าออก
ผมพยายามใช้ลิ้นผลักไสแท่งร้อนออกแต่ทว่ากลับกลายเป็นเหมือนผมกำลังดูดดุนสร้างความพอใจให้เขา
สองมือถูกตึงไว้เหนือหัวเพื่อไม่ให้ขัดขืนได้ดั่งใจ คุณอัคคีผละออกเมื่อพันธนาการตึงร่างผมกับเตียงเสร็จ
แล้วหันกลับไปสนใจปลดปล่อยความต้องการต่อ มือหนาทั้งสองค้ำยันเตียงทรงตัวแล้วกระหน่ำซอยในปากผมไม่ยั้ง
แก่นกายอันใหญ่จุกเต็มคอหอย
ผมอยากโก่งคออาเจียนแต่มันกลับทำให้คุณอัคคีเสือกไสเข้าไปได้ลึกกว่าเดิม
ผมหายใจติดขัดหน้าแดงก่ำทั้งน้ำลายทั้งน้ำเมือกเหนียวเหนอะหนะเปรอะเต็มหน้า
ผมดิ้นรนทุรนทุรายใต้ร่างแกร่งที่โหมกายเชิดหน้าซัดแก่นกายเข้าออกปากผมอย่างสุขสมอย่างเจ็บปวดใจ
และแล้วความทรมานที่ต้องอยู่ในสภาพนี้มาถึงจุดจบเมื่อเขาจิกทึ้งหัวผมแล้วมั่นแล้วกระตุกน้ำรักพุ่งลงคอ
แช่คาไว้บังคับให้ผมกลืนกินน้ำคาว
“อึกๆ แค่กๆ”
ผมสำลักไอหน้าดำหน้าแดงเมื่อเขาดังแก่นกายออก กลิ่นคาวยังคลั่งค้างอยู่ลำคอจนต้องโก่งคออาเจียนออกมา
ผมนอนหอบหายใจหมดสภาพคิดว่าความทรมานในวันนี้คงสิ้นสุดสักทีเมื่อเขาผละเดินออกจากห้องไป
แต่ผิดคาดเพราะเขาเดินเข้ามาอีกครั้งและไม่พูดพร่ำทำเพลงดึงดิลโก้ออกแล้วแทนที่ด้วยแก่นกายที่สวมปลอกซิลิโคนเพิ่มขนาดมีหนามเสร็จสรรพ
ผมสะท้ายเฮือกเมื่อมันชำแหละเข้ามาในตัว
หนามตะปุ่มตะป่ำแต่ยืดหยุ่นนั่นเสียดสีกับข้างในสร้างความเสียวให้จนลืมความเจ็บปวดไปเผลอแอ่นสะโพกตามเมื่อเขาแกล้งชักแก่นกายเข้าสุดออกสุดอย่างช้าๆ
“อะ อ๊ะๆ
สะ...” เสียว...
ผมกลืนคำนั้นไปแทบไม่ทัน
สายตาของเขาเป็นสิ่งเตือนสติผมไม่ให้เผลอเคลิ้มไปกับกระกระทำนั้น
แค่อ้าขากว้างให้เขาสอดใส่ถนัดก็ทำตัวไม่ต่างอะไรจากโสเภณีแล้ว
“หึ เกือบไปแล้วสิ
ถ้านายพูดออกมาฉันคงสะใจน่าดู ร่าน!” คุณอัคคีเหยียดยิ้มรู้ทันกวาดตามองอาการบิดดเร่าของผมอย่างดูแคลน
ผมหน้าร้อนวาบหลับตาลงไม่อยากถูกมองแบบนั้น
เขาครางหึ่มในลำคอคว้าขาผมไปพาดไหลข้างหนึ่งอีกแล้วยันกายกระหน่ำแทงไม่ยั้ง
ผมครางอือกระชากผ้าปูระบายอารมณ์เป็นพักๆ
เฮือก!
ผมอ้าปากค้างเมื่ออยู่ๆ
เขาถอนกายพรวดออกดึงปลอกซิลิโคนออกแล้วเสือกกายเข้ามาเติมเต็มผม
ซอยแรงเร็วพึมพำแต่คำว่าแน่นๆ จริงๆ คับมากๆ แล้วปลดปล่อย
น้ำกามพุ่งกระฉูดเต็มช่องทางยิ่งทำให้ผมสะดุ้งด้วยความแสบ
ช่องทางร้อนกระตุกหงึกตอดรัดพร้อมน้ำรักของผมพุ่งเปรอะเปื้อนหน้าท้อง
สักพักบทรักครั้งใหม่ก็เริ่มขึ้นเมื่อแท่งร้อนขยายใหญ่อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง...
“อ่า ยูกิ
ยูกิ...”
ผมชะงักอารมณ์รันจวนพลันวูบลง
สบตาเขาด้วยความหวาดหวั่นแต่เหมือนคุณอัคคีจะไม่ได้มองผมเลย
สายตาของเขาดูเลื่อนลอยแปลกๆ เหมือนถูกยาปลุกเซ็กส์คลอบงำสติโดยสมบูรณ์
“อะ อ๊ะ คะ
คุณว่าอะไรนะ” ผมครางเสียงแผ่ว ร่างกระเด็นกระดอนตามแรงอัดกระแทกเข้าออก
“ยูกิ ยูกิ”
“หยุดนะ!!”
ผมกำหมัดแน่นกระชากออกจนผ้าที่มัดไว้ลวกๆ คลายปมออก ทุบออกแกร่งหวังให้เขาหยุดเอาผมไปเป็นตัวแทนยูกิหรืออย่างน้อยแค่เขาได้สติขึ้นมาสักนิดก็ยังดี
ผมไม่อยากรู้สึกสมเพชตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้ว แม้แต่เรื่องบนเตียง... ทั้งที่กำลังเอาผมอยู่แต่เขาเห็นผมเป็นยูกิ!!
“ผมไม่ใช่ยูกิ!! ได้ยินไหม!!!”
“เออรู้!!”
คุณอัคคีตวาดกลับแววตากลับมามีแววดังเดิม เขาดูจะอารมณ์เสียมากรวบมือผมขึ้นเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวแล้วลงโทษผมด้วยการเพิ่มแรงโหมกายกระหน่ำเข้าลึกออกเกือบสุดแล้วเสือกเข้ามาอีก
แรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ “นายไม่มีค่าพอที่จะให้ฉันเอาไปเป็นตัวแทนของยูกิ จำไว้!!”
“อึก อ๊ะ อ๊ะ
อ๋าาา” ผมหอบครางกระเส่า เจ็บแต่พอใจมากกว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เอาผมไปเป็นตัวแทนของยูกิ
อย่างน้อยเขาก็ยังเห็นผมที่เป็นผม แค่นี้... สำหรับตอนนี้แค่นี้ก็พอแล้ว
ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักจบจักสิ้นที่เขามีอะไรกับผม
เขาเสร็จอีกแล้ว กี่ครั้งกันนะ ผมจำไม่ได้ รู้แต่ว่าเขาจะไม่หยุดจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์
ตาผมเริ่มพร่าเลือนความรู้สึกเจ็บปวดทางกายไม่หลงเหลือ ช่องทางรักร้อนผ่าวและชินชาเกินจะแสดงสีหน้าเจ็บปวดเหยเกได้
เสียงครางแหบเครือเกินจะร่ำร้องอ้อมวอนของให้เขาหยุด ผมปลดปล่อยจนไม่มีอะไรจะปลดปล่อยแล้วได้แต่ทิ้งร่างอ่อนปวกเปียกให้เขากระทำจนพอใจ
และแล้วความอดทนของผมก็สัมฤทธิ์ผลเมื่อการปลดปล่อยครั้งสุดท้ายสิ้นสุด
เขาถอนตัวออกไปรูดรั้งแก่นกายน้ำรักครั้งสุดท้ายพุ่งเต็มหน้าผม
และเขาบังคับให้ผมดูดเลียทำความสะอาดให้ ผมนอนหมดสภาพด้วยร่างที่เปลือยเปล่าทุกตารางนิ้วมีน้ำกามเลอะเต็มไปหมด
ดวงตาพร่าเลือนพลันนึกไปถึงหนัง AV ที่เคยดู
ตอนนั้นจำได้ว่ารังเกียจการกระทำของผู้หญิงในคลิปแค่ไหน ถึงขนาดเขวี้ยงทิ้งด้วยสีหน้าขยะแขยง
แต่พอมาดูวันนั้นสิ...
สิ่งที่ผมทำต่างจากเธอคนนั้นตรงไหน!?!
“เก็บกวาดห้องเสร็จก็ออกไปไล่ยัยจิ้งจอกนั้นกลับไปแล้วทำกับข้าวให้ด้วย”
สั่งสั้นๆ เสียงเรียบไม่แม้แต่จะปรายตามองผมให้เสียเวลา
ใช้เสร็จก็ทิ้งขว้าง...
แล้วผมจะทำอะไรได้นอกจาก
“ทราบครับ...”
“คราวหลังอย่าสะเออะคิดเข้าข้างตัวเองล่ะ
นายก็แค่มายืน ‘ทับที่’ ของยูกิ... ไม่ใช่ ‘ตัวแทน’ และไม่มีในเป็น ‘ตัวจริง’ ”
เขาออกไปแล้ว...
ไปพร้อมทิ้งคำพูดเชือดเฉือนกันเอาไว้!!
*************************************
...100%...
[ครบ]
จบตอนแล้วค่ะ
กว่าจะปั่นให้ครบได้แค่ละตอนยากแท้ หุหุ
รักสึกิเชียร์พี่เพลิงต้องรอหน่อยนะคะ (เม้นคนละน้อยละนิด จิตแจ่มใส)