“มิโกะอากิซัง!! คุณมาทำอะไรที่นี่!!!” ผม
ผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความระแวดระวัง
ประสาทรับรู้ตื่นตัวเต็มที่แม้จะยังมึนงงว่าผมมาอยู่ในห้องสีขาวของโรง
พยาบาลได้อย่างไรทั้งที่ก่อนหน้านี้จำได้ว่านั่งรอคุณอัคคีอยู่หน้าคอนโด
“แหมๆ
นั่นเป็นประโยคแรกที่เธอใช้พูดกับผู้มีพระคุณเหรอนารุซาว่าคุง”
เสียงหวานหยดย้อยทว่าเคลือบไว้ด้วยยาพิษเอ่ยเย้า
ร่างระหงแลดูเย้ายวนในชุดกี่เผ้าสีเพลิงเดินกรีดกรายเข้ามาเชยคางผมขึ้น
เรา
สองคนสบตากันในระยะประชิดราวหยั่งเชิง
กลิ่นเครื่องหอมจากร่างตรงหน้าลอยอบอวลในอากาศ
ผมขมวดคิ้วมุ่นยกชายเสื้อขึ้นปิดจมูกโดยอัตโนมัติ
หาก
คุณยังไม่ลืม
ผมเคยบอกแล้วว่ามิโกะอากิหัวหน้ากลุ่มย่อยที่สี่คือผู้ชื่นชอบการฆ่าคนด้วย
ยาพิษ
และอีกอย่างที่ผมไม่ได้บอกคือเธอเปรียบเสมือนดอกไม้งามที่ทรงเสน่ห์และเจ้า
เล่ห์สุดๆ!!
“กี่ครั้งๆ ผมก็ไม่เคยทำใจชอบวิธีการลอบกัดของคุณเอาซะเลยนะครับ” ผมพูดเสียงเย็น
“อย่าง
กับเธอไม่เคยลอบกัดใครอย่างนั้นแหละ จุ๊ๆ อย่าทำหน้าน่ากลัวสิจ๊ะ
เย็นชาไม่เปลี่ยนเลยน้าเธอเนี่ย ฉันก็แค่หยอกเล่นเองน่า”
มิโกะอากิซังเบ้หน้าเซ็งๆ แล้วสะบัดมือวูบ กลิ่นหอมอ่อนรอบกายจึงเลือนหายไป
“ไม่
ตลกครับ”
ถ้าผมไม่เอะใจคงสูดกลิ่นเครื่องหอมที่สกัดจากดอกไม้ที่มีพิษต่อระบบทางเดิน
หายใจเข้าไปเต็มปอดแล้ว
บอกแล้วผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจเพราะเชี่ยวชาญพิษทุกชนิดและยังมีร่างกายพิเศษ
ที่สามารถทนทานต่อพิษที่ตัวเองปรุงขึ้นมาได้เกือบทุกชนิด
ไม่รู้ว่าจะขำออกหรือเปล่าหากคุณรู้ว่าเธอเป็นหมอ...
หมอที่ฆ่าคนไข้ได้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม!!!
“เอา
ล่ะๆ ฉันไม่ได้มาเพื่อเล่นสงครามสายตากับเธอนะนารุซาว่าคุง”
มิโกะอากิซังโยนปืนคืนให้ผมอย่างง่ายๆ
ผมรับมาวางไว้ข้างกายแล้วเงียบรอฟังว่าผู้หญิงใจร้ายที่ต่อให้มีเด็กน้อย
หน้าตาน่ารักน่าชังกำลังจะตายอยู่ตรงหน้าก็สามารถเดินผ่านราวเห็นขยะชิ้น
หนึ่งอย่างเธอว่าต้องการอะไรถึงได้ช่วยเก็บผมที่วูบหมดสติและพามารักษา
“สายตาเธอบอกว่าอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงช่วยเธอ คิกๆ”
“แล้วเพราะอะไรล่ะครับ” ผมจงใจเมินเสียงหัวเราะที่ออกจะมากจริตเกินงามของเธอไป
“ก็
ไม่มีอะไรมาก
ฉันแค่เสียดายหากต้องปล่อยให้ทรัพยากรอันมีคุณค่าอย่างเธอตายไป
ดูเหมือนเธอจะถูกอัคคีคุงเตะโด่งออกมาสินะ ว่าไง...
ไม่คิดมาอยู่กับฉันหรือ” ร่างระหงทิ้งตัวลงนั่งข้างกายผม
นิ้วเรียวสวยที่เคลือบด้วยสีแดงสดไล้ต้นคอผมอย่างแผ่วเบา
“ฉันให้เธอได้ทุกอย่างเท่าที่เธอต้องการ เงิน อำนาจ ผู้หญิง หรือแม้แต่ความรัก...”
“!?!?!”
“สิ่งที่เธอไม่เคยได้จากอัคคีคุงไงล่ะ”
เพี๊ยะ!
ผม
กัดฟันกรอดปัดมือเธออกอย่างแรงด้วยความเดือดดาน
บอดี้การ์ดของเธอพร้อมใจกันเล็งปืนมายังผมทันที แต่ใครสนล่ะ
ตอนนี้ยอมรับว่าความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนแทบประทุ
กระบอกปืนมันวาวถูกส่งไปจ่อหัวสวยๆ ของมิโกะอากิซังอย่างรวดเร็วพอกัน
เอาสิ!! ถ้าพวกมันยิงผม แน่นอนว่าเจ้านายพวกมันก็จะตายไปพร้อมๆ กับผมเนี่ยแหละ!!!
บรรยากาศ
เริ่มตึงเครียดเพราะทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมใคร
เสี้ยวนาทีผมเห็นนัยน์ตาของมิโกะอากิซังวาวโรจน์
แต่ก็เพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้นก่อนเธอระงับความโกรธไว้ได้และโบกมือไล่คนพวก
นั้นออกไปนอกห้อง ผมจึงลดปืนในมือลง
“ยังใจเด็ดไม่เปลี่ยน... เอาจริงๆ ไม่คิดมาอยู่กับฉันเหรอ?”
“ผม
ว่าเราพูดกันรู้เรื่องแล้วนะครับว่าผมไม่คิดจะเปลี่ยนเจ้านาย”
ก็คิดอยู่แล้วว่าเธอคงมีเหตุผลที่ยอมปล่อยผมไปทั้งที่เพิ่งถูกผมลูบคมไป
ตั้งแต่เมื่อก่อนมาแล้วเจอกันทีไรเธอมักจะยื่นข้อเสนอต่างๆ
มาเพื่อโน้มน้าวผมให้ยอมแปรพักตร์ไปอยู่กับเธอ
นั่น
สินะผมลืมมันไปได้ยังไงว่าเมื่อก่อนเราเกือบจะบาดหมางกันก็เพราะเรื่องนี้
คือไม่ใช่อะไรแค่เพียงผมเบื่อและรำคาญที่ถูกตามตื้อ
จึงเผลอตวาดด่าเธอไปและผลที่ตามมาติดๆ คือเกือบโดนวางยา
ความจริงเรื่องแค่นี้อาจไม่ต้องถึงกับเอาชีวิตกันก็ได้
แต่บังเอิญตอนนั้นผมดันพูดคำต้องห้ามออกไปเนี่ยสิ
‘ก็บอกว่าไม่สนใจ ไม่ไป ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นแหละ ยัยแก่เอ้ย!!!’
ครับ... ‘ยัยแก่’ นั่นแหละประเด็นหลักที่เกือบทำผมดับ =_=^
ก็พูดความจริงนี่ครับ ถึงเธอจะสวยแลดูสาวและกระฉับกระเฉงขนาดไหนแต่ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่าเธออายุปาเข้าไปเกือบหกสิบไม่ได้
“ถึงแม้เขาจะไม่ต้องการเธอน่ะหรือ?”
“ครับ” ต่อให้เขาไม่ต้องการ ผมก็ยังจะยืนอยู่ตรงนั้น ข้างๆ เขานั่นแหละ
“เพราะแบบนี้ไงฉันถึงอยากได้ตัวเธอนัก จะมีซักกี่คนในวงการนี้กันที่ซื่อสัตย์ได้เท่าเธอ” มิโกะอากิซังทำสีหน้าเสียดาย
“ผมไม่ได้เก่งและมีค่าขนาดที่ทำให้คุณสนใจ” ผมไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงยึดติดกับผมนักทั้งที่ผมไม่เคยมีผลงานอะไรนอกจากงานเล็กๆ น้อยๆ
“ฉัน
ไม่ได้ตาถั่วเหมือนลูกกระจ๊อกพวกนั้น
หากเธอดีไม่พอมีหรือที่นายใหญ่จะส่งมาคุ้มครองอัคคีคุง”
เธอเปรยสีหน้ายังแสดงความเสียดายอย่างปิดไม่มิดแต่แล้วสีหน้าก็พลันเปลี่ยน
เป็นวาววับราวคิดเรื่องดีๆ ออก!
ผมขยับกายอย่างอึดอัดใจชอบกล ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้กำลังหาเรื่องมาให้ผมอีกนะ....
“นารุซาว่าคุง... คนในวงการอย่างเราๆ มีกฎเหล็กข้อที่สิบว่าอะไรนะ จำได้ไหม?”
คิด
ไว้ไม่มีผิด
เธอคงมีแผนบางอย่างคงคิดจะใช้ผมทำประโยชน์อะไรบางอย่างให้เพื่อเป็นการทดแทน
คุณที่อุตส่าห์ช่วยชีวิตไว้สินะ “บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ”
“ดีใจที่เธอจำได้...”
“เว้นแต่เรื่องแปรพักตร์ ต้องการอะไรพูดมาเลยดีกว่าครับ”
“ว่า
ง่ายจริงเชียวหนุ่มน้อย”
มิโกะอากิซังยิ้มพรายโปกพัดในมือไปมาอย่างหน้าระรื่น
“ฉันเพิ่งมีเรื่องกับพวกกลุ่มมาเฟียโตเกียวมาและตอนนี้พวกมันก็เพิ่งแย่ง
ลูกค้ารายใหญ่จากฉันไป ช่วยเชือดมันให้ทีสิจ๊ะ”
ริมฝีปากสีสวยคลี่ยิ้มหวานทว่าดวงตากลับเยือกเย็นยามกล่าวถึงคู่อริ!
ผม
ถอนหายใจเฮือก คิดไว้แล้วว่าเธอคงไม่มีทางช่วยผมฟรีๆ
แต่ไม่คิดว่าจะให้ไปทำงานใหญ่แบบนี้
กลุ่มมาเฟียโตเกียวคือกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เพิ่งตั้งขึ้นมาได้ไม่นานสักสาม
สี่ปีเห็นจะได้
แต่กลับแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะได้ข่าวมาว่าแอบซ่องสุมพวกเดนสังคม
ที่หนีคดีร้ายแรงขั้นประหารชีวิตมาไว้ด้วยกัน ขนาดกลุ่มไม่ใหญ่นักประมาณ 40 – 50 คนหากเทียบกับกลุ่มย่อยที่หนึ่งหงส์แดง แต่ถ้าเทียบกับกลุ่มลูกน้องในสังกัดย่อยของผม.... งานนี้หินใช่เล่น!!
“คิดจะส่งผมไปตาย?”
“เปล่าจ้า ฉันรู้ว่าเธอทำได้”
“...” ผมไม่ปฏิเสธแต่ดวงตาทอแสงกร้าวยามมองอสรพิษสาว
ใช่
อย่างที่เธอพูด ผมทำได้ แต่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องง่าย
อย่างน้อยผมคงเสียลูกน้องในสังกัดไปไม่น้อยเพื่อแลกกับการพังกลุ่มมาเฟีย
โตเกียว...
เอ๋... เดี๋ยวนะ
ช่วง
นี้กลุ่มมาเฟียโตเกียวเริ่มแข็งข้อขึ้นทุกขณะจนไม่ไว้หน้าแก๊งค์เราซึ่งเป็น
กลุ่มมาเฟียรุ่นพี่
และหลายครั้งที่เข้ามาตัดหน้ากลุ่มย่อยที่หนึ่งหงส์แดงในการค้า
ปะทะกันก็หลายครั้งอยู่ไม่น้อย เป็นแค่แมงเม่าแท้ๆ
แต่เหิมเกริมกล้าเล่นกับกองไฟ!!
ที่
เรายังนิ่งเฉยไม่ตอบโต้เพราะคุณอัคคียังไม่สั่งการใดๆ
อาจจะเพราะเขาไม่เห็นกลุ่มมาเฟียโตเกียวอยู่ในสายตา
แต่ใครจะรู้ละว่าในอนาคตพวกมันจะหยุดเพียงแค่นี้...
สู้ตัดไฟเสียต้นลมก่อนที่พวกมันจะปีกกล้าขาแข็งจนหาทางกำจัดได้ยากท่าจะ
ดี...
เมื่อ
คิดถึงเรื่องการปูทางในระยะยาวของกลุ่มหงส์แดงและกำจัดสิ่งที่อาจเป็น
อุปสรรคขัดขวางความกว้าวหน้าของคุณอัคนภาคภาคหน้า
ผมจึงพยักหน้าตกลงในที่สุด
“ตกลงครับ! ผมจะจัดการให้คุณ!!”
....30%....
ต่อเลยๆๆๆๆ >3<
ตอบลบอิอิ สนุกอ่ะ^0^
ลุ้นๆๆๆๆๆ