วอนรักพระเพลิงฯ : บทนำ
ท่ามกลางความโกลาหนวุ่นวายและน้ำสีโลหิตที่ไหลนองพื้น
หลายร่างนอนหายใจโรยรินจมกองเลือดส่งกลิ่นเหม็นคาวคละฟุ้งจนอยากอาเจียน เสียงหมัดแลกหมัดของสองคนเบื้องหน้าดุเดือดอย่างไม่มีใครยอมใคร
มีดเพียงหนึ่งเล่มที่ทั้งสองกำลังแย่งกันอยู่นั้นเป็นตัวกำหนดชี้ชะตาของพวกเขารวมทั้งตัวเด็กชายด้วย
มุมอับของสถานที่มีเด็กชายวัยเจ็บขวบนั่งคุดคู้ร่างกายสั่นระริกด้วยความกลัวจับจิต
เม็ดเหงื่อไหลซึม ใบหน้าจิ้มลิ้มซีดเผือด
หัวใจเต้นดังโครมครามจนฟังหนวกหูแต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้ชื่นใจว่าเขายังหายใจอยู่
ใช่ ยังมีชีวิตอยู่!
“อ๊ะ!”
ร่างที่คิดว่าได้หมดลมหายใจไปแล้วข้างกายที่นอนนิ่งแนบหน้าอันแหวะหวะกับพื้นคว้าหมับที่ข้อเท้าเล็กๆ
เสียงหอบหายใจฟืดฟาดบ่งบอกให้รู้ว่านี่เป็นแรงฮึกครั้งสุดท้าย
“หว๋าาาา!! มะ ไม่นะกลัวแล้ว!!
แงงงงงง!!” เด็กชายผวาร้องไห้โฮ
เท้าเล็กถีบหน้าแหวะหวะของชายคนนั้นเต็มแรงเท่าที่แรงน้อยๆ จะเอื้ออำนวย
แต่น่าเสียดายแรงเด็กชายจะมีปัญญาไปสู้ผู้ใหญ่ได้อย่างไร แม้คนๆ นั้นจะบาดเจ็บใกล้ตายก็ตาม
“ชะ ช่วยด้วย ฮืออออ พี่ฮะช่วยผมด้วย”
เด็กชายร่ำร้องสะอึกสะอื้นน้ำตานองหน้า
ตะเกียดตะกายหนีพลางร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากหนึ่งในสองร่างที่กำลังห้ำหั่นกันอยู่
ผู้ถูกร้องขอให้ช่วยหันมาตามเสียงร้องไห้จ้า
เขาผละจากการต่อสู้ทำท่าจะเข้ามาช่วยแต่ถูกสกัดกั้นไว้ เพราะจิตใจไม่จดจ่อกับการต่อสู้จึงทำให้ถูกเฉือนต้นแขนเรียกเลือดสีแดงฉานอาบย้อมเสื้อสีขาวเป็นดวงใหญ่
น้ำสีแดงข้นไหลรวมกับรอยเลือดเกรอะกรังที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แลดูน่าสะพรึนยิ่งนัก
“กะ แก แฮกๆ ตายซะ!!”
“ไม่นะ!!!!” เด็กน้อยเบิกตากว้างมองปลายมีดแหลม
ร่างถมึงทึงตรงหน้าแสยะยิ้มกระชากผมเด็กจนหน้าหงาย ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสถึงความเย็นของโลหะที่จ่อคอ
เสียงร้องเงียบหายเหลือเพียงเสียงสะอื้น
ไม่ใช่ไม่อยากร้องแต่ร้องไม่ออกแล้วต่างหาก กลัว... กลัวมากๆ เลย
“อยู่นิ่งๆ นะมึง
กูไม่ได้มีความแค้นอะไรกับมึงหรอกแต่ว่าใครใช้ให้มึงเสือกเป็นคนที่มากับมันล่ะ
ไม่ต้องร้องกูจะค่อยๆ เชือดไม่เจ็บหรอก” เสียงแหบน่ารังเกียจกระซิบ มันจิบผมเด็กเหวี่ยงกระแทกผนังเต็มแรงอย่างไร้ซึ่งไร้สำนึกของความเป็นคน!
“โอ๊ย! เจ็บนะ ฮึก พอแล้ว”
เด็กชายอ้อนวอนมือหนึ่งกุมหัวมือหนึ่งพยายามตะเกียดตะกายหนี ทั้งเจ็บทั้งอ่อนแรงและกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด
ดวงตาพร่าเลือนมองอะไรแทบไม่เห็น จะมีก็เพียงภาพของชายหนุ่มร่างสูงสง่าที่กำลังติดพันกับการต่อสู้เบื้องหน้าเท่านั้นที่ยังคงเด่นชัดในใจ
มือเล็กเอื้อมไขว่คว้าหาร่างสูงนั้นขณะที่คมมีดแวววาวราวเพชฌฆาตกำลังรอลงอาญาปลิดชีพ
แปลกจังก็เห็นว่า ‘เขา’ ยืนอยู่ตรงนั้นแต่ทำไมเอื้อมไม่ถึง...
ไม่รอดแล้ว.... เด็กชายหลับตาปี๋รอรับความตายด้วยความหมดหวัง
แต่ทว่าเสี้ยววินาทีที่ปลายมีดกำลังจะปักลงกลางอกเสียงทุ้มห้าวคุ้นหูตะโกนแหวกอากาศกระทบโสต
“ฆ่ามันซะสึกิ!
ฆ่ามัน!! ถ้าไม่อยากตายก็ฆ่าซะ!!” สิ้นเสียงปืนพกสีดำบนพื้นถูกร่างสูงเตะมาในระยะเอื้อมถึง
เด็กน้อยลืมตาโพลงลนลานตาลีตาเหลือกฉวยปืน และ...
กรี๊งงงงงงงงงงงง!!!
เฮือก!!
ร่างโปร่งสะดุ้งตื่นผุดลุกขึ้นนั่ง
กวาดตามองรอบตัวแล้วสูดหายใจเข้าออกยาวเรียกสติ
เอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง เขาอยู่ในห้องนอนของเขาไม่ใช่ลานจอดรถ
ไม่มีกลิ่นคาวและสีแดงของเลือดสดๆ
เสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่งท่ามกลางความมืดผสานกับเสียงลมหายใจเย็นชื้น
ใบหน้าติดจะหวานนิดๆ พร่างพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ มือเรียวยกขึ้นกุมอกซ้าย
เจ็บ...
เขาสะบัดหัวไล่ความคิดว้าวุ่นออกไป
ควานหาสวิตช์โคมไฟบนหัวเตียง แสงสีเหลืองนวลสว่างขึ้นช่วยให้มองเห็นนาฬิกา
ตีหนึ่งแล้วเหรอ
อา... นั่นสิเขาถูกสั่งให้ไปหาตอนตีสองนี่นา
เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งอายุราวสิบแปดปีถอนหายใจก่อนพยายามเรียกขวัญกำลังใจ
เขาลุกจากเตียงไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำและออกมาอีกทีในชุดสูทสีดำสนิทเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า
เดินหลังตรงผ่านชายในชุดสูทสีดำด้วยท่าทางมั่นคงทว่าดวงตาเฉยเมยต่อสิ่งรอบข้างแต่ในใจใครจะรู้เล่าว่าปวดร้าวเพียงใดเมื่อได้ยินเสียงครางกระเส่าดังมาจากในห้องที่เขามาหยุดยืน
ก๊อกๆ
เขาทำไม่ใส่ใจเคาะประตูห้องยืนรอด้วยท่าทางสงบเมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากคนข้างในจึงเปิดเข้าไป
ภาพชายหญิงสองคนกำลังเริ่มบทรักกันอย่างเร่าร้อนไม่แคร์สายตาใครคือภาพแรกที่เขาเห็น
ฝ่ายหญิงกำลังขย่มกายกระแทกลงบนตักร่างสูงอย่างเมามันเสื้อผ้าหลุดลุ่ยส่วนฝ่ายชายกลับยังอยู่ในสภาพดียกเว้นซิบกางเกงที่ถูกรุดลง
ใบหน้าคมคายแต่ทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึกแม้ยามมีเซ็กซ์เหลือบเห็นผู้มาใหม่
เขาผลักหญิงสาวออกอย่างไม่ไว้หน้า “ไม่ได้เรื่อง เธอออกไปซะ”
เพียงประโยคสั้นๆ
ไม่มีการตะคอกหรืออะไรทั้งสิ้นแต่หญิงสาวกลับพยักหน้ารัวๆ ด้วยความกลัว
รีบเก็บเสื้อผ้าที่เกลื่อนกลาดบนพื้นขึ้นมาแนบอกแล้วออกจากห้องไปทันที
“จัดการซะสิ”
ร่างโปร่งเม้มปาก
ใจไม่อยากทำแต่ร่างกายกลับว่าง่ายเดินไปคุกเข่าลงหว่างขาร่างสูง
กำแก่นกายที่ชูชันรูดขึ้นลง ร่างสูงจิ๊ปากอย่างขัดใจบีบคางมนให้เผยอออกแล้วเสือกใสแก่นกายเข้าออกจนสุดไม่สนร่างที่ไอคอกแคกด้วยเพราะแท่งร้อนมันจุกคอ
ใบหน้าติดจะหวานพยายามเบี่ยงหนีแต่ถูกกดลงไปอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยเพิ่มระดังความรุนแรงขึ้นตามกามารมณ์
กระทั่งรับรู้ถึงน้ำรักที่สาดลงคอบังคับให้กลืนไปรจนหมดถึงได้เป็นอิสระ
“แค่กๆ”
“หึ!
ต้องแบบนี้สิถึงจะได้อารมณ์”
“....”
ร่างโปร่งหลุบตาลงไม่อยากสบสายหยามเหยียดของคนตรงหน้า
ที่เรียกมาพบดึกดื่นเพราะแบบนี้เองเหรอ... ใจอยากถามแต่ปากหนักเกินพูดได้
คุณเห็นผมเป็นอะไร
บอดี้การ์ด?
เด็กรับใช้?
หรือโสเภณี...
...100%...
[ครบ]
หลายคนอาจจะตามมาจากเรื่องสายลมในอ้อมกอดอัคนีเห็นคำโปรยหน้าเว็บแล้วอึ้งทำไมหนูสึเปี้ยนไป๋
โปรดอย่าถามว่าทำไมอิมเมจมันไปคนละทาง อิคนแต่งมันมีเหตุผลค่ะ อ่านไปเรื่อยๆ
แล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนๆ เดียวกันแต่อิมเมจต่างกันลิบ ฮ่าๆ
หนูสึของเราเห็นร่างเริง(ตอนอยู่กับหนูลม)แต่อดีตนี่คนละเรื่องเลย หุหุ
การเม้นบางครั้งก็สำคัญเพราะมันจะเป็นกำลังให้คนเขียนฮึดสู้ค่ะ ^^
To Be Continued...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น